THAILAND
ผู้เลี้ยงปลานิลกะชังเขื่อนลำปาวไม่ท้อ! เริ่มฟื้นตัวจากวิกฤติพลังงาน
กาฬสินธุ์-เกษตรกร สมาชิกสหกรณ์ผู้เลี้ยงปลานิลในกระชังเขื่อนลำปาว จำกัด เร่งเพาะพันธุ์และอนุบาลปลานิล “ปลาแดง-ปลาดำ” ให้เติบโตทันความต้องการของตลาด หลังฟื้นตัวจากวิกฤติพลังงาน และฝ่าวิกฤติล้นตลาด ส่งผลให้ผลผลิตล้นตลาดหลายตัน และราคาจำหน่ายตกกว่า 50% ขณะที่ปัจจุบันกลับสู่ภาวะปกติ ราคาขายขยับขึ้น กก.ละ 65-75 บาท
วันที่ 18 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ติดตามบรรยากาศการเลี้ยงปลานิลในกระชัง ของเกษตรกร สมาชิกสหกรณ์ผู้เลี้ยงปลานิลในกระชังเขื่อนลำปาว จำกัด ต.ภูดิน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ หลังฟื้นตัวจากวิกฤติพลังงาน และเพิ่งผ่านจากวิกฤติผลผลิตล้นตลาดเมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมา พบว่าเกษตรกรกำลังทำการเพาะพันธุ์และอนุบาลปลานิลในกระชังกันอย่างคึกคัก ที่ต่างมีความหวังที่สดใสว่า อนาคตตลาด “ปลาแดง-ปลาดำ” หรือปลาทับทิมและปลานิล จะไปได้ดี เกษตรกรมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน
นายคารม อิ่มแมน หัวหน้าฝ่ายผลิตและส่งเสริมการเลี้ยงปลานิลในกระชัง และเป็นสมาชิก สหกรณ์ผู้เลี้ยงปลานิลในกระชังเขื่อนลำปาว จำกัด กล่าวว่า สหกรณ์ฯ เกิดจากการรวมตัวของเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลในกระชังรอบเขื่อนลำปาวฯ ในโซน ต.ภูดิน อ.เมืองกาฬสินธุ์ เพื่อมีอำนาจต่อรองทั้งการค้า การตลาด
รวมทั้งปัจจัยการผลิตกับกลุ่มนายทุน และเป็นการสร้างหลักประกันที่มั่นคงให้กับสมาชิก ก่อตั้งครั้งแรกเมื่อปี 2560 จัดเป็นกลุ่มแปลงใหญ่ในปี 2563 ปัจจุบันมีสมาชิก 48 ราย บรรยากาศการเลี้ยงและค้าขาย ส่วนใหญ่เป็นไปตามกลไกตลาด แต่ที่ประสบภาวะเดือดร้อนหนักก็ 2 ช่วงที่ผ่านมา คือช่วงสถานการณ์โควิดปี 2563-64 และล่าสุดวิกฤติพลังงานเมื่อช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค.2569
นายคารมกล่าวอีกว่า ช่วงที่ประสบวิกฤติพลังงานนั้น เฉพาะในกลุ่มแปลงใหญ่สหกรณ์เราฯ ประสบปัญหาปลาล้นตลาดประมาณ 2-3 ตัน ราคาหล่นจากภาวะปกติ 65 บาทลงถึง 32 บาท ขณะที่อัตราการเหลือรอดต่อกระชังละ 1,000 ตัวเพียง 70% หรือผลผลิตแต่ละกระชังหายไป 30% ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะน้ำแดงในช่วงเริ่มต้นฤดูฝน และสภาพอากาศวิปริตในฤดูแล้ง
อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้สถานการณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ เกษตรกรและปลาสามารถปรับสภาพได้แล้ว โดยขนาดปลาที่จับจำหน่ายส่งลูกค้า ขายได้ในราคาประกัน ปลานิล กก.ละ 65 บาท ปลาทับทิม กก.ละ 75 บาท ขณะที่ลูกปลาที่นำมาอนุบาล ปลานิลตัวละ 4 บาท ปลาทับทิมตัวละ 6 บาท อาหารถุงละ 20 กก. ราคา 730 บาท โดยเกษตรกรต่างมีความหวังที่สดใสว่า อนาคตตลาด “ปลาแดง-ปลาดำ” หรือปลาทับทิมและปลานิล จะไปได้ดี เกษตรกรมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน
