POLITICS

ตชด.ฝ่ากระแสน้ำป่าลุยช่วย3ชีวิตติดค้าง ในบ้านพักน่าน/ผบ.ตร.สั่งระดัมกำลังช่วย



ตำรวจตระเวนชายแดน(ตชด.)ฝ่ากระแสน้ำป่า เร่งช่วย 3 ชีวิตติดค้างในบ้านพัก จ.น่าน และผบ.ตร. สั่งการตำรวจภูธรภาค 5 และหน่วยสนับสนุน เร่งช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายด้านผบ.ตร.สั่งด่วน! ตำรวจทั่วประเทศรับมือสาธารณภัยระดมกำลัง–รถ–เรือ–โดรน ช่วยประชาชนพื้นที่เสี่ยงตั้ง ศปก.ตร. คุมสถานการณ์ 24 ชั่วโมง รับมือน้ำท่วมฉับพลัน–น้ำป่าไหลหลาก

หลังได้รับการประสานจาก นายอุดม จิตอารี นายก อบต.สถาน ว่ามีประชาชนติดอยู่ภายในบ้านพัก ในพื้นที่ ต.สถาน อ.ปัว จ.น่าน ท่ามกลางสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก

ล่าสุด ชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย ร้อย ตชด.325 เร่งประเมินสถานการณ์ วางแผนเส้นทางและยุทธวิธี เพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนจำนวน 3 ราย ได้แก่ ชาย 1 ราย หญิง 1 ราย และเด็กหญิง 1 ราย ออกจากพื้นที่อย่างปลอดภัย

แม้กระแสน้ำยังไหลเชี่ยว เจ้าหน้าที่พร้อมเข้าพื้นที่ทันทีเมื่อประเมินแล้วว่าสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างปลอดภัยขอส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกคนปลอดภัยตชด. พร้อมลุย พร้อมช่วยเหลือประชาชน

ผบ.ตร. สั่งการตำรวจภูธรภาค 5 เร่งช่วยเหลือประชาชน

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่มีประกาศการแจ้งเตือนสาธารณภัย จากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย แจ้งเตือนระดับและภาวะคุกคาม/ความเสี่ยง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขังในระยะสั้น ในระดับเตรียมพร้อมรับสถานการณ์บริเวณพื้นที่ จ.น่าน และประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยตอนบน นั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างเต็มที่ตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร.(รับผิดชอบงานบริหาร), พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร.(รับผิดชอบงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม) และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.(รับผิดชอบงานความมั่นคง)/ผู้อำนวยการศูนย์บังคับและต่อต้านอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (โดรน) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศบตอ.ตร.) รับผิดชอบ กำกับ ดูแล  ในภาพรวมจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ผบ.ตร.สั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 5 เป็นหน่วยรับผิดชอบหลักในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยมีตำรวจภูธรจังหวัดเป็นหน่วยรับผิดชอบพื้นที่ ประสานการปฏิบัติกับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด/อำเภอ/องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สนับสนุนการปฏิบัติตามกลไกระบบบัญชาการเหตุการณ์ พร้อมจัดกำลังพล ยุทโธปกรณ์ ยานพาหนะ (รถ/เรือ) อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ที่ได้รับพระราชทาน อุปกรณ์อื่น ๆ สนับสนุนการปฏิบัติศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด/ส่วนหน้า เพื่อระดมการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที ในการช่วยเหลือนำประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง สนับสนุนน้ำ อาหาร ยารักษาโรคเบื้องต้น และการรักษาความปลอดภัยจากเหตุต่าง ๆ

พร้อมกันนี้ ให้จัดชุดเผชิญเหตุสาธารณภัย จิตอาสาภัยพิบัติ จัดกำลังรักษาความปลอดภัยที่พักพิงชั่วคราว จัดเตรียมพื้นที่รองรับและเส้นทางการนำส่งประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย โดยประสานการปฏิบัติกับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด รวมทั้งจัดทำครัวสนาม จัดที่พักพิงชั่วคราว วางมาตรการป้องกันพื้นที่ทำการ อาคารที่พัก สถานที่ราชการ โดยให้หน่วยเคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง กำหนดมาตรการป้องกันเอกสาร อาวุธ เครื่องกระสุน ผู้ถูกควบคุม และทรัพย์สินของทางราชการ เพื่อป้องกันและบรรเทาความเสียหายที่จะเกิดขึ้น และจัดการจราจร เส้นทางหลัก เส้นทางหลีกเลี่ยง การอำนวยการจราจรนำส่งประชาชนไปยังสถานที่พักพิงชั่วคราว โรงพยาบาล สถานพยาบาล หรือพื้นที่ปลอดภัย

นอกจากนี้ ผบ.ตร. มอบหมายให้กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนจัดชุดเผชิญเหตุสาธารณภัย จิตอาสาภัยพิบัติ สนับสนุนการปฏิบัติ โดยให้ระดมยานพาหนะ เรือ สิ่งอุปกรณ์ เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ และจัดทำครัวสนาม เตรียมพื้นที่พักพิงชั่วคราวในพื้นที่ตำรวจตระเวนชายแดนใกล้เคียง รองรับประชาชน และสนับสนุนน้ำ อาหาร ยารักษาโรค รวมทั้งจัดชุดช่างสนามเข้าปฏิบัติในพื้นที่ พร้อมมอบหมายกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ตำรวจน้ำ และตำรวจทางหลวง) จัดชุดตำรวจน้ำพร้อมเรือปฏิบัติการ ยานพาหนะ อุปกรณ์ช่วยเหลือทางน้ำ เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย การนำประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย และรับผิดชอบตรวจตรา รักษาความปลอดภัยทางน้ำ รวมทั้งจัดชุดอำนวยความสะดวกการจราจร จัดการจราจรในเส้นทางหลัก เส้นทางรอง การประชาสัมพันธ์เส้นทาง และการนำส่งความช่วยเหลือเข้าไปยังจุดปลอดภัย พื้นที่เสี่ยงต่าง ๆ และมอบหมายให้หน่วยสนับสนุน ได้แก่ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ, กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, กองบินตำรวจ จัดชุดปฏิบัติการสนับสนุนการปฏิบัติในพื้นที่

ผบ.ตร.กำชับให้ทุกหน่วยเตรียมการรองรับสถานการณ์สาธารณภัย โดยดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ได้ทันที และถือเป็นนโยบายสำคัญในการช่วยเหลือประชาชน ผู้ประสบภัยพิบัติ ในการอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็ว อย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลา พร้อมทั้งเปิดช่องทางการติดต่อสื่อสาร การรับข้อมูลการช่วยเหลือต่าง ๆ ในทุกมิติ และกำชับผู้บังคับบัญชาทุกระดับเฝ้าติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของการเกิดสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อสามารถบริหารเหตุการณ์ได้ อย่างรวดเร็วและทันเหตุการณ์

ผบ.ตร.สั่งด่วน! ตำรวจทั่วประเทศรับมือสาธารณภัยระดมกำลัง–รถ–เรือ–โดรน

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีวิทยุในราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชั้นความลับ “ด่วนที่สุด” สั่งการหน่วยตำรวจทั่วประเทศเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์สาธารณภัย หลังมีประกาศเตือนความเสี่ยง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในระยะสั้น รวมถึงฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่

คำสั่งดังกล่าวกำชับให้ตำรวจทำหน้าที่ทั้งรักษาความสงบเรียบร้อย ดูแลความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สิน จัดระบบการจราจร ตลอดจนสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ อุปกรณ์ และยานพาหนะเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยให้บูรณาการการทำงานร่วมกับจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1–9 และ ภ.จว. ถูกกำหนดให้เป็นกำลังหลักในพื้นที่ เตรียมชุดเผชิญเหตุและจิตอาสาภัยพิบัติ พร้อมจัดกำลังพล ยุทโธปกรณ์ รถ เรือ และ อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) สนับสนุนศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ เพื่อเร่งช่วยเหลือและอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง รวมถึงสนับสนุนน้ำ อาหาร ยารักษาโรค และดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ประสบภัย

นอกจากนี้ ให้จัดเตรียม ครัวสนามและพื้นที่พักพิงชั่วคราว พร้อมวางมาตรการป้องกันสถานที่ราชการ บ้านพักตำรวจ เอกสาร อาวุธ เครื่องกระสุน ผู้ต้องควบคุม และทรัพย์สินของทางราชการไม่ให้ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ

ด้านตำรวจทางหลวงและตำรวจภูธรในพื้นที่ ต้องจัดการจราจรทั้งเส้นทางหลักและเส้นทางหลีกเลี่ยง พร้อมอำนวยความสะดวกในการนำประชาชนไปยังโรงพยาบาล สถานพยาบาล หรือพื้นที่ปลอดภัย ขณะที่ ตำรวจน้ำ เตรียมเรือและอุปกรณ์ช่วยเหลือทางน้ำเข้าพื้นที่เสี่ยงทันที

ส่วน สพฐ.ตร. เตรียมชุดตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลและงานพิสูจน์หลักฐาน, ตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจสอบสวนกลาง สนับสนุนกำลังในพื้นที่รับผิดชอบ ขณะที่ กองบินตำรวจ เตรียมอากาศยานพร้อมนักบินสำหรับภารกิจช่วยเหลือ

ขณะเดียวกัน โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสถานีตำรวจทั่วประเทศ ต้องเร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูล สร้างความเข้าใจแก่ประชาชน แจ้งเส้นทางและพื้นที่เสี่ยง รวมทั้งบันทึกภาพและวิดีโอการช่วยเหลือเพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง

ผบ.ตร.ยังกำชับให้ ศปก.ตร. เป็นศูนย์สั่งการและประสานข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมง ทุกหน่วยต้องพร้อมปฏิบัติ และรายงานสถานการณ์ต่อผู้บังคับบัญชาทุก 4–6 ชั่วโมง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

พร้อมกันนี้สั่งให้ตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุจัด จิตอาสาภัยพิบัติ เข้าช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ฟื้นฟูพื้นที่หลังสถานการณ์คลี่คลาย และสำรวจความเสียหายของสถานีตำรวจ บ้านพัก และทรัพย์สินราชการอย่างละเอียด

ทั้งนี้ ผบ.ตร.มอบหมายให้รอง ผบ.ตร.ที่รับผิดชอบกำกับดูแลภาพรวม พร้อมกำชับทุกหน่วยยึดหลัก “ช่วยประชาชนและอพยพผู้ประสบภัยออกจากพื้นที่เสี่ยงอย่างรวดเร็ว” เป็นภารกิจสำคัญ พร้อมเปิดช่องทางการติดต่อสื่อสารและรับแจ้งขอความช่วยเหลือตลอดเวลา เพื่อให้สามารถควบคุมและบริหารสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที