IN NEWS
สงขลาพร้อมรับครม.สัญจร31ส.ค.-1ก.ย.นี้ เตรียมผ้า'ลายราชวัตร'ให้ครม.สวมใส่โชว์
กรุงเทพฯ-รัฐบาลเผย จ.สงขลาพร้อมประชุม ครม.สัญจร ครั้งที่ 1/2569 เตรียมผ้า “ลายราชวัตร” ผ้าบาติก “บุปผา บรมราชินีนาถ” ให้ ครม.สวมใส่ มุ่งบูรณาการทุกภาคส่วนดำเนินงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด
วันนี้ (22 ส.ค. 69) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความพร้อมการเตรียมการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2569 ณ จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายน 2569 จังหวัดสงขลาได้เตรียมความพร้อมในทุกมิติ ทั้งด้านสถานที่ การอำนวยความสะดวก การรักษาความปลอดภัย การจัดนิทรรศการ การนำเสนอข้อเสนอการพัฒนาจังหวัด และการบริหารจัดการงบประมาณ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า คณะกรรมการดำเนินงานฝ่ายจัดเตรียมเครื่องแต่งกาย ของที่ระลึก และการจัดนิทรรศการจังหวัดสงขลา ได้จัดเตรียมให้คณะรัฐมนตรีสวมชุดผ้า "ลายราชวัตร" ซึ่งเป็นผ้าที่มีการทอด้วยมือเป็นลายดอกเล็ก ๆ แล้วเรียกชื่อว่า "ลายก้านแย่ง" หรือ "ลายคอนกเขา" เหตุเพราะมีลวดลายผ้าคล้ายกับขนคอของนกเขาชวา ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จประพาสเมืองสงขลาและแหลมมลายู เมื่อ พ.ศ.ศ. 2443 คุณยายก่ำ ภัทรยนม์ ได้นำผ้าผ้าทอมือที่สวยที่สุดในสมัยนั้น ขึ้นถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นผ้าที่พอจากกี่มือ (4 ตะกอ) พระองค์พอพระราชหฤทัยเป็นอย่างมาก จึงพระราชทานชื่อให้ใหม่ว่า "ลายรายวัตร" ซึ่งแปลว่า กิจวัตรหรือการกระทำ หลังจากพระองค์เสด็จฯ กลับ ผ้าทอลาย "คอนกเขา" จึงถูกเรียกต่อ ๆ กันมาจนถึงทุกวันนี้ในนาม "ผ้าทอลายราชวัตร"
พร้อมกันนี้ ในกิจกรรมช่วงเย็นของวันที่ 31 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการฯ ได้จัดเตรียมชุดผ้าลายพระราชทาน “บุปผาบรมราชินีนาถ” ประเภทผ้าบาติกให้คณะรัฐมนตรีสวมใส่ โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงต่อยอดดอกไม้พระนามาภิไธย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สู่ผ้าลายพระราชทาน “บุปผาบรมราชินีนาถ” ที่ทุกลายล้วนเปี่ยมไปด้วยความหมายในการน้อมสำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ได้เตรียมกระเป๋าเชือกกล้วย "กลุ่ม กอร์ตานี" OTOP อำเภอหาดใหญ่ นำมาเป็นของที่ระลึกให้กับคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการนำกาบกล้วยมาทำเป็นเส้นเชือก ด้วยคุณสมบัติเส้นเชือกมีความเหนียว สามารถนำมาต่อยอดงานหัตถกรรมได้ จึงได้เรียนรู้และลองขึ้นงานสานโดยใช้ภูมิปัญญาปราชญ์ชาวบ้าน และได้พัฒนามาเรื่อย ๆ จนมีลูกค้ามากขึ้น ปัจจุบันกลุ่มมีสมาชิกร่วมงานกว่า 40 ครอบครัว โดยสมาชิกกลุ่มทำเชือกส่งให้กลุ่มจักสาน ใช้วัสดุเหลือทิ้งในชุมชนสร้างรายได้หลักและรายได้เสริมให้กับหลายครอบครัวปัจจุบันขยายเครือข่ายหลายแห่งในพื้นที่จังหวัดสงขลาและสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเพิ่มพันธมิตรทางการค้าให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาดที่เพิ่มมากขึ้น
.jpeg)

