ECON & BIZ
'พิพัฒน์ควงสรรเพชญ'ลุยพังงาดูคืบหน้า 'สะพานข้ามเกาะคอเขา'เปิดศก.อันดามัน
พังงา-เมื่อ22 สิงหาคม 2569 คมนาคมเดินหน้าสานต่อยุทธศาสตร์ลงพื้นที่คลุกคลีรับฟังปัญหาประชาชน โดยช่วงสุดสัปดาห์นี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นำทีมผู้บริหารกระทรวง
คมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดพังงา เปิดเวทีรับฟังปัญหาจากตัวแทนประชาชน ส.ส. ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา และผู้นำท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เพื่อขับเคลื่อนการยกระดับโครงข่ายคมนาคมทั้งระบบ โดยกำหนดให้ “โครงการสะพานเชื่อมเกาะคอเขา” เป็นโครงการแกนนำในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของพื้นที่

นายพิพัฒน์ กล่าวย้ำถึงแนวทางการทำงานของรัฐบาลยุคใหม่ว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต้องไม่ได้เริ่มจากบนลงล่าง แต่ต้องเริ่มต้นจากความเดือดร้อนและความต้องการที่แท้จริงของประชาชน โครงการสะพานเกาะคอเขาเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน เพราะปัจจุบันคนบนเกาะยังต้องพึ่งพาแพขนานยนต์เป็นหลัก ทำให้เกิดข้อจำกัดทั้งด้านเวลา ค่าใช้จ่าย และความปลอดภัย โดยเฉพาะกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินในเวลากลางคืนที่ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายสูงเพื่อเดินทางข้ามฝั่ง
เพื่อแก้ปัญหานี้ กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้รับการจัดสรรงบประมาณวงเงิน 55 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2570 เพื่อดำเนินการก่อสร้างระยะแรก 1 กิโลเมตร ขณะที่ส่วนที่เหลือซึ่งตัดผ่านพื้นที่ป่าชายเลนรวมระยะทางโครงการประมาณ 5 กิโลเมตร ปัจจุบันอยู่ระหว่างการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) คาดว่าจะมีความชัดเจนในต้นปี 2570 เพื่อขอรับงบประมาณก่อสร้างต่อเนื่องในปี 2571

นอกจากการแก้ปัญหาการเดินทางแล้ว กระทรวงคมนาคมยังมีวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล โดยวางเป้าหมายให้เกาะคอเขาเป็นพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว “Zero Carbon” แห่งแรกของเอเชีย โดยเตรียมส่งเสริมให้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบการเดินทางที่ลดการปล่อยคาร์บอนบนเกาะเมื่อสะพานแล้วเสร็จ เพื่อรักษาสมดุลสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างยั่งยืน
การลงพื้นที่ของรัฐมนตรีทั้ง 2 ท่าน สะท้อนความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม โดยเปิดรับฟังปัญหาในพื้นที่พังงาอย่างรอบด้าน และได้มีข้อสั่งการทันที ได้แก่
แก้คอขวดจราจรสี่แยกโคกกลอย สั่งการให้กรมทางหลวง (ทล.) เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบและขยายช่องจราจรที่ถูกบีบจาก 4 เลนเหลือ 1 เลน บริเวณก่อนเข้าตลาดโคกกลอย เพื่อระบายรถที่มุ่งหน้าสู่เขาหลักและตะกั่วป่า
เพิ่มไฟส่องสว่างลดอุบัติเหตุ มอบหมายให้จัดการติดตั้งไฟส่องสว่างบริเวณจุดกลับรถ เกาะกลางถนน และเส้นทางเชื่อมต่อสะพานสารสินฝั่งจังหวัดพังงา เพื่อยกระดับความปลอดภัยสูงสุด
และปลดล็อกผังเมือง โดยมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาเป็นแกนกลางในการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งหาทางออกที่เหมาะสมกับทิศทางการเติบโตของจังหวัด เพื่อแก้ปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน พร้อมรักษาสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่
ในด้านโครงข่ายคมนาคมทางบก กระทรวงคมนาคมได้ติดตามความคืบหน้าการพัฒนาทางหลวงหมายเลข 4 ซึ่งเป็นโครงข่ายหลักเชื่อมพังงา–ภูเก็ต–กระบี่ ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินโครงการขยายจาก 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร และยังมีแผนพัฒนาทางหลวงในอนาคตอีกหลายช่วง รวมถึงโครงการทางเลี่ยงเมือง เพื่อทำให้โครงข่ายของจังหวัดมีความต่อเนื่อง ลดรถผ่านชุมชน และรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว
ในด้านโครงข่ายทางน้ำ กรมเจ้าท่า เร่งรัดโครงการเชื่อมโยงทางเรือ “วงแหวนอันดามัน” เชื่อมจังหวัดกระบี่ เกาะยาว และภูเก็ต ผ่านท่าเรือเฟอร์รี่ 4 แห่ง เพื่อลดเวลาเดินทางข้ามจังหวัดจาก 3.5 ชั่วโมง เหลือเพียง 2 ชั่วโมง คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ตามเป้าหมายภายในปี 2572 นอกจากนี้ ยังติดตามโครงการเสริมทรายและเขื่อนกันคลื่น เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งในระยะยาว
ในช่วงท้ายของการลงพื้นที่ นายพิพัฒน์และนายสรรเพชญได้รับฟังปัญหาการขอใช้พื้นที่สงวนนอกเขตทางของกรมทางหลวงสำหรับดำเนินกิจการของที่พักสงฆ์ป่าท่านุ่น โดยได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและหาทางออกที่เหมาะสมภายใต้กรอบกฎหมาย
นายพิพัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การลงพื้นที่พังงาครั้งนี้สะท้อนแนวทางการทำงานของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมที่ต้องการให้โครงสร้างพื้นฐานเริ่มจากปัญหาของประชาชน โดย ส.ส. ผู้ว่าราชการจังหวัด ท้องถิ่น และประชาชนมีหน้าที่สะท้อนปัญหา ขณะที่รัฐบาลและหน่วยงานต้องนำปัญหาเหล่านั้นไปจัดลำดับความสำคัญและผลักดันให้เกิดการแก้ไขต่อไป
