GLOBAL C
จีนยกระดับเส้นทางขนส่งสินค้าผ่าน มหาสมุทรอาร์กติกเชื่อมเอเชีย-ยุโรป
จีนยกระดับเส้นทางขนส่งสินค้าผ่านมหาสมุทรอาร์กติก เพิ่มทางเลือกใหม่ในการขนส่งสินค้าระหว่างจีนกับยุโรป ท่ามกลางความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กระทบเส้นทางเดินเรือเดิม
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เรือขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ Dubai Tower ออกจากท่าเรือหนิงโป–โจวซาน มณฑล เจ้อเจียง เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา ถือเป็นการเริ่มให้บริการเส้นทาง China-Europe Arctic Express แบบประจำ โดยปีนี้มีแผนเดินเรืออย่างน้อย 8 เที่ยว และให้บริการในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคมเป็นหลัก ซึ่งเป็นช่วงที่สภาพน้ำแข็งเอื้ออำนวยต่อการเดินเรือ
เส้นทางนี้มุ่งขึ้นเหนือผ่านช่องแคบแบริ่ง เข้าสู่เส้นทางตะวันออกเฉียงเหนือของอาร์กติก เดินเรือตามแนวชายฝั่งอาร์กติก และเข้าสู่ยุโรป โดยเชื่อมต่อท่าเรือสำคัญ ในสหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี โปแลนด์ โดยช่วงที่เรือแล่นผ่านเส้นทางตะวันออกเฉียงเหนือของอาร์กติก (Northeast Passage) ตามแนวชายฝั่งตอนเหนือของรัสเซีย มีระยะทางราว 5,000 กิโลเมตร และเป็นเส้นทางเดินเรือที่สั้นที่สุดเส้นทางหนึ่งระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือกับยุโรปตะวันตก
จุดเด่นสำคัญของเส้นทางนี้คือ ระยะเวลาในการขนส่ง การเดินเรือทดลองเมื่อปีที่ผ่านมา ใช้เวลาจากจีนถึงยุโรปประมาณ 20 วัน ซึ่งหากเดินเรือผ่านคลองสุเอซต้องใช้เวลาประมาณ 40 วัน และหากอ้อมแหลมกู๊ดโฮปต้องใช้เวลาประมาณ 50 วัน ขณะที่การขนส่งด้วยรถไฟ China-Europe Railway Express ใช้เวลาประมาณ 25 วัน ทำให้เส้นทางอาร์กติกมีความได้เปรียบสำหรับสินค้าที่ต้องการความรวดเร็วและมีกำหนดส่งที่แน่นอน
ความสำคัญของเส้นทาง China-Europe Arctic Express ไม่ได้อยู่ที่การร่นเวลาขนส่งเพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่การเพิ่มเส้นทางทางเลือกให้กับการค้าเอเชีย–ยุโรป ซึ่งที่ผ่านมาอาศัยเส้นทางเดินเรือตอนใต้ ผ่านช่องแคบมะละกา มหาสมุทรอินเดีย ทะเลแดง และคลองสุเอซเป็นหลัก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนเชื้อเพลิง และปัญหาความแออัดตามเส้นทางและท่าเรือสำคัญ ทำให้ผู้ประกอบการขนส่งหันมาให้ความสำคัญกับการกระจายเส้นทางมากขึ้น
สำหรับสินค้าที่ขนส่งในเที่ยวของ Dubai Tower ส่วนใหญ่เป็นสินค้ามูลค่าเพิ่มสูงและมีข้อจำกัดด้านเวลาและอุณหภูมิ เช่น ระบบกักเก็บพลังงาน แบตเตอรี่ แผงเซลล์แสงอาทิตย์ และชิ้นส่วนยานยนต์พลังงานใหม่ จากฐานการผลิตบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี ผู้ให้บริการระบุว่า ระยะเวลาขนส่งที่สั้นลงช่วยลดเงินทุนที่จมอยู่ในสินค้าคงคลัง และตอบสนองคำสั่งซื้อในตลาดยุโรปได้รวดเร็วขึ้น
การเปิดเส้นทางยังเกิดขึ้นในช่วงที่การค้าจีน–สหภาพยุโรปขยายตัว โดยกระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า มูลค่าการค้าสินค้าระหว่างจีนกับสหภาพยุโรปในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่ 447,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (14 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.2 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้ความต้องการระบบขนส่งที่รวดเร็วและมีเส้นทางหลากหลายมีความสำคัญมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เส้นทางอาร์กติกยังมีข้อจำกัดสำคัญ โดยเฉพาะฤดูเดินเรือที่ค่อนข้างสั้น สภาพน้ำแข็งและสภาพอากาศที่คาดการณ์ได้ยาก รวมถึงข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเส้นทางนี้อาจยังไม่สามารถเข้ามาทดแทนเส้นทางเดินเรือเดิมได้ในเร็วๆ นี้
ดังนั้น ความสำคัญของ China-Europe Arctic Express ในเวลานี้จึงไม่ใช่การเข้ามาแทนเส้นทางขนส่งทางเรือที่ใช้อยู่ แต่คือ การเพิ่มอีกหนึ่งทางเลือกให้กับระบบขนส่งระหว่างเอเชียกับยุโรป ช่วยกระจายความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และปัญหาที่อาจเกิดขึ้นตามเส้นทางหลัก ขณะเดียวกัน การยกระดับจากเที่ยวเดินเรือทดลองสู่การให้บริการเป็นประจำ ยังแสดงว่าเส้นทางอาร์กติกกำลังถูกพัฒนาให้มีบทบาทมากขึ้นในเครือข่ายการค้าโลก และอาจกลายเป็นอีกหนึ่งเส้นทางยุทธศาสตร์ของการขนส่งระหว่างเอเชียกับยุโรปในอนาคต
บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย
ภาพ : CGTN
