IN NEWS
สวนดุสิตฯเผยดัชนีการเมืองไทยส.ค.69 ฝ่ายค้านเด่น'ไอซ์'เบียดคะแนนนิยม'หนู'
กรุงเทพฯ-สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็น “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนสิงหาคม 2569” กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมการเมืองไทย เดือนสิงหาคม 69 เฉลี่ย 3.63 คะแนน ตัวชี้วัดคะแนนสูงสุดคือ ผลงานของฝ่ายค้าน 4.28 คะแนน ตัวชี้วัดคะแนนต่ำสุดคือ การแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล 3.00 คะแนน ผลงานฝ่ายรัฐบาลที่ชื่นชอบประจำเดือน คือไทยช่วยไทยพลัส 57.60% ผลงานฝ่ายค้านที่ชื่นชอบประจำเดือน คือ ตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐบาล 39.74%
จากผลสำรวจสวนดุสิตโพลเผยดัชนีการเมืองไทยเดือนสิงหาคม 2569 ลดลงจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเชื่อมั่นถดถอยเกือบทุกด้าน โดยมีเพียงผลงานฝ่ายค้านและการมีส่วนร่วมของประชาชนที่คะแนนเพิ่มขึ้น ขณะที่การแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพลรั้งท้าย 'อนุทิน ชาญวีรกูล' และ 'รักชนก ศรีนอก' ครองใจนักการเมืองโดดเด่นทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน
30 สิงหาคม 2569 มหาวิทยาลัยสวนดุสิตเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง "ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนสิงหาคม 2569" จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,107 คน สำรวจทางออนไลน์และภาคสนามระหว่างวันที่ 25-28 สิงหาคม 2569 โดยมีตัวชี้วัด 25 ประเด็นบ่งบอกถึงความเชื่อมั่นต่อการเมืองไทยในด้านต่างๆ พบว่าภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนสิงหาคม เฉลี่ยได้ 3.63 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ได้ 3.71 คะแนน
จากการจัดอันดับ 25 ตัวชี้วัด พบว่าตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุดคือผลงานของฝ่ายค้าน เฉลี่ย 4.28 คะแนน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า รองลงมาคือการมีส่วนร่วมของประชาชน เฉลี่ย 4.20 คะแนน ซึ่งเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยทั้งสองตัวชี้วัดนี้เป็นเพียง 2 ประเด็นเท่านั้นที่มีคะแนนเพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม ขณะที่ตัวชี้วัดอื่นๆ ส่วนใหญ่มีคะแนนลดลง อาทิ ผลงานของนายกรัฐมนตรีและผลงานของรัฐบาล ซึ่งลดลงเหลือ 3.57 คะแนนเท่ากัน สภาพเศรษฐกิจโดยภาพรวม ลดลงเหลือ 3.30 คะแนน และการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ความโปร่งใส ลดลงเหลือ 3.18 คะแนน ส่วนตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุดคือการแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล เฉลี่ยเพียง 3.00 คะแนน
สำหรับนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่นที่สุด อันดับ 1 คือนายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 31.94 รองลงมาคือนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ร้อยละ 25.66 และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ร้อยละ 22.72 ขณะที่นักการเมืองฝ่ายค้านที่มีบทบาทโดดเด่นที่สุด อันดับ 1 คือนางสาวรักชนก ศรีนอก ร้อยละ 32.46 รองลงมาคือนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ร้อยละ 22.68 และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ร้อยละ 21.36
ในด้านผลงานที่ประชาชนชื่นชอบ ผลงานฝ่ายรัฐบาลอันดับ 1 คือโครงการไทยช่วยไทย พลัส ร้อยละ 57.60 รองลงมาคือการช่วยเหลือเยียวยาน้ำท่วม ร้อยละ 27.68 ส่วนผลงานฝ่ายค้านอันดับ 1 คือการตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐบาล ร้อยละ 39.74 รองลงมาคือการติดตามคดีโกงสมาชิกวุฒิสภา ร้อยละ 32.15
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ดัชนีการเมืองไทยเดือนสิงหาคมที่ลดลงสะท้อนผลจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การทุจริต ภัยพิบัติ และความมั่นคง แม้รัฐบาลจะรับมือและมีมาตรการออกมา แต่หลายเรื่องยังไม่เห็นผลชัดเจน ขณะที่ฝ่ายค้านใช้บทบาทตรวจสอบและการสื่อสารทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ผลงานฝ่ายค้านและการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นเพียง 2 ตัวชี้วัดที่เพิ่มขึ้น
ด้านอาจารย์ภิญโญ คูวัฒนาเสนีย์ หลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า ผลการสำรวจชี้ให้เห็นว่าคะแนนดัชนีการเมืองไทยลดลงแทบทุกด้าน สะท้อนถึงวิกฤตความเชื่อมั่นของประชาชนต่อสถาบันการเมืองไทย โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ความโปร่งใส และการแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพลที่มีคะแนนรั้งท้าย พร้อมชี้ว่าความถดถอยของความชอบธรรมทางกฎหมายของฝ่ายบริหาร ส่งผลให้คะแนนผลงานของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลลดลงเหลือเพียง 3.57 คะแนนเท่ากัน แม้มาตรการเยียวยาอย่างไทยช่วยไทย พลัส จะได้รับความนิยมสูงสุดจากฝ่ายรัฐบาล แต่ก็ไม่อาจชดเชยความล้มเหลวในภาพรวมของดัชนีราคาสินค้า ค่าครองชีพ และเศรษฐกิจโดยรวมที่ปรับตัวลดลงทุกด้าน ขณะที่การมีส่วนร่วมของประชาชนกลับมีคะแนนอยู่ในอันดับต้นๆ จึงเป็นสัญญาณเตือนทั้งทางกฎหมายและการเมืองว่า หากโครงสร้างรัฐบาลขาดความโปร่งใสและหลักนิติธรรม ความศรัทธาของประชาชนต่อระบบการปกครองและสถาบันการเมืองไทยย่อมเสื่อมถอยลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

