IN NEWS
รัฐบาลดัน'ดอยอินทนนท์'สู่มรดกอาเซียน ชูผืนป่าธรรมชาติ89.5%-ความหลากหลาย
กรุงเทพฯ-รัฐบาลดัน “ดอยอินทนนท์” สู่มรดกอาเซียน ชูผืนป่าธรรมชาติ 89.5% แหล่งต้นน้ำ–ความหลากหลายชีวภาพระดับภูมิภาค
วันนี้ (15 กันยายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าผลักดันการเสนอพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ให้ได้รับการรับรองเป็น “อุทยานมรดกอาเซียน” เพื่อยกระดับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เสนอเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี หลังคณะกรรมการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ เห็นชอบเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ให้เสนออุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์เป็นอุทยานมรดกอาเซียน โดยขั้นตอนต่อไปจะมีการประเมินพื้นที่จากคณะผู้เชี่ยวชาญของศูนย์อาเซียนว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ หรือ ASEAN Centre for Biodiversity (ACB) ระหว่างวันที่ 16–18 กันยายน 2569
นางสาวลลิดา กล่าวว่า อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์มีพื้นที่ประมาณ 296,922.22 ไร่ ครอบคลุมบางส่วนของ 4 อำเภอในจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ อำเภอจอมทอง อำเภอแม่แจ่ม อำเภอแม่วาง และอำเภอดอยหล่อ โดยมีสัดส่วนพื้นที่ป่าธรรมชาติถึงร้อยละ 89.5 ของพื้นที่ทั้งหมด และเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญของแม่น้ำปิง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบลุ่มน้ำเจ้าพระยา
พื้นที่ดังกล่าวยังมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง พบพรรณพืชไม่น้อยกว่า 1,271 ชนิด และสัตว์ป่าไม่น้อยกว่า 393 ชนิด รวมถึงชนิดพันธุ์หายาก เฉพาะถิ่น และใกล้สูญพันธุ์ เช่น กวางผา เลียงผา และชะนีมือขาว ตลอดจนพบไลเคนชนิดใหม่ 21 ชนิด ขณะที่พื้นที่กว่าร้อยละ 40.48 อยู่ในเขตลุ่มน้ำคุณภาพชั้นที่ 1 ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำที่ต้องได้รับการอนุรักษ์อย่างเข้มงวด
นอกจากคุณค่าด้านระบบนิเวศแล้ว ดอยอินทนนท์ยังมีจุดเด่นในฐานะยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย ระดับ 2,565 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง เป็นพื้นที่เชื่อมโยงถิ่นอาศัยของชนิดพันธุ์สำคัญและนกอพยพระหว่างประเทศ รวมทั้งเป็นแหล่งต้นน้ำที่ผลิตน้ำมากกว่า 540 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี หล่อเลี้ยงมากกว่า 35 หมู่บ้าน 74 ชุมชน ทั้งในและนอกพื้นที่
“ดอยอินทนนท์ไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะในฐานะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ แต่เป็นทั้งผืนป่าต้นน้ำ แหล่งความหลากหลายทางชีวภาพ แหล่งกักเก็บคาร์บอน และพื้นที่ที่ชุมชนอยู่ร่วมกับธรรมชาติมาอย่างยาวนาน การผลักดันสู่การเป็นอุทยานมรดกอาเซียนจะช่วยยกระดับมาตรฐานการอนุรักษ์ และเพิ่มโอกาสให้ไทยแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียนมากขึ้น” นางสาวลลิดา กล่าว
ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ที่ได้รับการรับรองเป็นอุทยานมรดกอาเซียนแล้ว 10 แห่ง หากดอยอินทนนท์ได้รับการรับรอง จะช่วยเสริมบทบาทของไทยด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในระดับภูมิภาค พร้อมสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การศึกษา วิจัย และการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างสมดุล
สำหรับขั้นตอนการพิจารณา หลังผ่านการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญของ ACB แล้ว จะเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการอุทยานมรดกอาเซียน เจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม และการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมตามลำดับ ก่อนการประกาศรับรองอย่างเป็นทางการ
