GLOBAL C

สื่อBRICSชี้‘แผนริเริ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล ของจีนช่วยสร้างสะพานเชื่อมเศรษฐกิจ ดิจิทัลประเทศสมาชิก  



เคปทาวน์, 22 ก.ย. (ซินหัว) - ไม่นานมานี้ จอห์น เบลีย์ (John Bailey) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของซันเดย์ เวิลด์ (Sunday World) หนังสือพิมพ์แอฟริกาใต้ เปิดเผยกับสำนักข่าวซินหัวว่าแผนริเริ่มความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมดิจิทัลที่จีนเสนอขึ้นใหม่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อกลุ่มประเทศบริกส์ (BRICS) โดยจะช่วยสร้างสะพานเชื่อมทางเศรษฐกิจดิจิทัลระหว่างกัน พร้อมทั้งช่วยก้าวข้ามความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล

เบลีย์กล่าวว่า ข้อเสนอของจีนมีศักยภาพสูงในการช่วยกลุ่มประเทศบริกส์จัดตั้งแพลตฟอร์มดิจิทัล ควบคู่กับการสร้างสะพานเชื่อมทางเศรษฐกิจดิจิทัลระหว่างประเทศสมาชิก 

จีนได้เสนอแผนริเริ่มความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมดิจิทัล ในการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศบริกส์ (BRICS Summit) ครั้งที่ 18 ณ กรุงนิวเดลีของอินเดีย โดยมุ่งผลักดันการจัดตั้งแพลตฟอร์มคลาวด์ระบบนิเวศดิจิทัลของกลุ่มบริกส์ อาทิ การฝึกอบรมทักษะดิจิทัล การแลกเปลี่ยนทางเทคโนโลยี และการปรับสอดคล้องทางอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล

เบลีย์ ซึ่งเคยทำหน้าที่ผู้สื่อข่าวของอีเอ็นซีเอ (eNCA) สื่อแอฟริกาใต้ในจีนนานเกือบสิบปี กล่าวว่า การบูรณาการแพลตฟอร์มคลาวด์ดิจิทัล เข้ากับการฝึกอบรมทักษะ การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี และการจับคู่ทางอุตสาหกรรม จะยกระดับแผนริเริ่มนี้ให้เป็นมากกว่าโครงการทางเทคโนโลยี โดยเปลี่ยนผ่านสู่แพลตฟอร์มการพัฒนาเศรษฐกิจที่นำไปปฏิบัติได้จริง ซึ่งเชื่อมโยงภาคธุรกิจ รัฐบาล สถาบันอุดมศึกษา ผู้ให้บริการเทคโนโลยี และแรงงานฝีมือทั่วทั้งกลุ่มประเทศบริกส์เข้าด้วยกัน

เบลีย์ระบุว่า กลุ่มประเทศบริกส์ได้กำหนดให้การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล อุตสาหกรรม 4.0 ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การประมวลผลบนระบบคลาวด์ ข้อมูลขนาดใหญ่ และการพัฒนาทักษะ เป็นสาขาหลักในการยกระดับความร่วมมือให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

เบลีย์กล่าวว่า ประโยชน์อันยิ่งใหญ่ที่สุดอาจไม่ใช่เพียงการเข้าถึงเทคโนโลยี แต่คือ การเข้าถึงความรู้ในการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีเหล่านั้น

เบย์ลีกล่าวว่า โครงการฝึกอบรมจะมีส่วนช่วยสร้างบุคลากรที่มีทักษะด้านดิจิทัล ซึ่งกำลังได้รับการยอมรับเพิ่มมากขึ้นในวงกว้าง โดยการฝึกอบรมมีแนวโน้มที่จะมุ่งเน้นไปในสาขาที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ วิทยาการข้อมูล การประมวลผลบนระบบคลาวด์ และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์

เบย์ลีกล่าวว่า ผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่กว่าของแผนริเริ่มนี้ อาจขยายวงกว้างไปไกลกว่าเพียงแค่บริษัทเทคโนโลยี โดยครอบคลุมถึงแรงงานทั่วไป คนรุ่นใหม่ ผู้ประกอบการ และธุรกิจขนาดย่อย

นอกจากนี้ เบย์ลียังเน้นย้ำถึงจุดแข็งที่ช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกันของกลุ่มเศรษฐกิจบริกส์ โดยระบุว่า จีนมีความสามารถที่โดดเด่นด้านการผลิตและเทคโนโลยี ในขณะที่ประเทศสมาชิกอื่นๆ ต่างนำจุดแข็งของตนเองเข้ามาร่วมเติมเต็ม ทั้งในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เกษตรกรรม บริการดิจิทัล เงินทุน และตลาด ซึ่งการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลร่วมกันจะช่วยให้จุดแข็งเหล่านี้สามารถส่งเสริมซึ่งกันและกันได้อย่างแท้จริง แทนที่จะแยกขาดออกจากกัน

เบลีย์เสริมว่า แผนริเริ่มนี้ยังสามารถช่วยส่งเสริมการจ้างงาน โดยการเชื่อมโยงการฝึกอบรมทักษะดิจิทัลเข้ากับการจับคู่ภาคบริษัทและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการสร้างเส้นทางจากการฝึกอบรมและการรับรองมาตรฐาน ไปสู่การจ้างงาน การเป็นผู้ประกอบการ และการเข้าถึงตลาดกลุ่มประเทศบริกส์

แผนริเริ่มดังกล่าว จะช่วยสร้างคลังบุคลากรด้านดิจิทัลให้แก่กลุ่มประเทศบริกส์ ซึ่งส่งผลให้บริษัทต่างๆ สามารถค้นหาผู้มีความรู้ความสามารถภายในกลุ่มประเทศสมาชิกได้สะดวกยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนที่มีศักยภาพได้รับโอกาส

เบลีย์ทิ้งท้ายว่า แพลตฟอร์มคลาวด์ไม่ได้เป็นเป้าหมายสุดท้าย แต่มูลค่าที่แท้จริงเกิดจากการเชื่อมโยงแพลตฟอร์มเข้ากับผู้คน ทักษะ เงินทุน และตลาด ดัชนีวัดความสำเร็จที่แท้จริงคือจำนวนธุรกิจที่เกิดขึ้น จำนวนคนที่ได้รับการฝึกอบรมและได้รับการจ้างงาน ปริมาณการลงทุนใหม่ที่เกิดขึ้น ตลอดจนมูลค่าการค้าดิจิทัลข้ามพรมแดนที่ได้รับผลลัพธ์จากแผนริเริ่มนี้

(ที่มา: https://www.xinhuathai.com/silkroad/598951_20260922 , https://en.imsilkroad.com/p/352226.html)

ภาพประกอบข่าว
(แฟ้มภาพซินหัว : เจ้าหน้าที่สื่อมวลชนที่ศูนย์สื่อมวลชน ณ ภารัต มัณฑปัม ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานหลักของการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศบริกส์ ครั้งที่ 18 ในกรุงนิวเดลีของอินเดีย วันที่ 12 ก.ย. 2026)