THAILAND

รมช.เกษตรประกาศศึก'ปลาหมอคางดำ' กางแผน5มาตรการสกัดลุกลามข้ามลำน้ำ



กาฬสินธุ์-เดือดทั้งเขื่อนลำปาว! รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่ด่วน สั่งเปิดปฏิบัติการ "เจอ แจ้ง จับ" เอาผิดคนแอบปล่อยเอเลี่ยนสปีชีส์ "ปลาหมอคางดำ" หลังสร้างความหวาดผวา ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม-ปลาในกระชัง มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ลั่นวาจาเจอต้นตอดำเนินคดีถึงที่สุด ไม่มีข้อยกเว้น พร้อมฟันธงชัด! ปลาหมอคางดำที่โผล่อีสาน ไม่ใช่เรื่องธรรมชาติ แต่เป็น "ฝีมือคน" นำเข้ามาแน่นอน งานนี้กางแผน 5 มาตรการเข้ม สกัดไม่ให้ลุกลามข้ามลำน้ำ พร้อมเปิดช่องทางด่วน QR Code ให้พี่น้องประชาชนแจ้งเบาะแสได้ทันทีที่พบเห็น

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 เวลา 10.30 น.นายวัชรพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พร้อมด้วย ทันตแพทย์หญิงศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะผู้แทนกระทรวงฯ นายวิรัช พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ เขต 1 พรรคเพื่อไทย นายพลากร พิมพะนิตย์ สส.กฬสินธุ์ เขต 2 พรรคเพื่อไทย นายณัฐวัชต์ พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ เขต 4 พรรคเพื่อไทย นายธีระชัย แสนแก้ว ที่ปรึกษารมช.เกษตรฯ นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นายประเทศ ซอรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง นส.ทิวารัตน์ เถลิงเกียรติลีลา ผู้เชี่ยวชาญด้านความหลากหลายทางชีวภาพด้านการประมงน้ำจืด กรมประมง นส.ชนานาถ สกุลสมบัติ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดกาฬสินธุ์ นายบุญธง เภาเจริญ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ อาสาประมงและประมงพื้นบ้าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้าปฏิบัติ เจอ-แจ้ง-จับ ปลาหมอคางดำ ในเขื่อนลำปาว เพื่อติดตามสถานการณ์และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและชาวประมงในจังหวัดกาฬสิธุ์  โดยเฉพาะกลุ่มผู้ปลากระชัง เขื่อนลำปาวที่มีอยู่กว่า 10,000 กระชัง มีมูลค่าต่อปีสูงถึง 1,200 ล้านบาท และเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม กว่า 1,200 ราย มูลค่าผลผลิตต่อปีสูงกว่า 800 ล้านบาท โดยได้นำคณะลงเรือ บริเวณสะพานเทพสุดา ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าติดตามสถานการณ์ปลาหมอคางดำ ระหว่างทางได้ตรวจเยี่ยมและสอบถามข้อมูลการเลี้ยงปลานิลในกระชังและไปที่บริเวณบ้านนาอวน ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรี ที่พบปลาหมอคางดำเป็นจุดแรก เพื่อสร้างการรับรู้ การจำแนกระหว่างปลานิลกับปลาหมอคางดำ จากตัวอย่างปลาในพื้นที่ ด้วย QR Code “แจ้ง-จับ-จบ ที่ในขณะนี้ ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม ถึงปัจจุบันประมงเขื่อนลำปาว พบปลาหมอคางดำแล้ว 132 ตัว และในวันนี้พบอีก 1 ตัวเป็น 133 ตัว ในพื้นที่ บ้านนาอวน ต.หนองสรวง อำเภอหนองกุงศรี

นายวัชรพล ขาวขำ รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ปลาหมอคางดำบริเวณเขื่อนลำปาว ได้รับรายงานว่าเริ่มพบปลาหมอคางดำกระจายตัวหลายจุดในบริเวณน้ำตื้น แม้ปริมาณยังไม่มากแต่พบอย่างต่อเนื่องทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ซึ่งผลการตรวจวิเคราะห์ของกรมประมงพบว่า ปลาหมอคางดำสามารถปรับตัว เจริญเติบโต และขยายพันธุ์ในน้ำจืดได้ดีกว่าน้ำกร่อย การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกรมประมง ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ส.ส. ในพื้นที่ และตัวแทนจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยยืนยันว่าปลาชนิดนี้ไม่สามารถว่ายน้ำเข้ามาเองได้ จึงได้สั่งการให้ฝ่ายกฎหมายเร่งสืบหาข้อเท็จจริงว่านำเข้ามาจากการเพาะพันธุ์ หรือบุคคลใด พร้อมดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดหากพบการกระทำผิด ทั้งนี้ การรับมือกับสิ่งมีชีวิตต่างถิ่น (Alien Species) ไม่ใช่เพียงเรื่องการนำไปจับบริโภค แต่เป็นเรื่องของความมั่นคงและความปลอดภัยทางอาหาร รวมถึงความมั่นคงทางสิ่งแวดล้อมที่ต้องควบคุมปริมาณให้อยู่ในระดับที่ไม่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ควบคู่กับการที่กรมประมงเดินหน้าปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำลงแหล่งน้ำธรรมชาติรวมแล้วกว่า 300 ล้านตัว เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ สร้างความมั่นคงทางอาหาร และเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

“ขอให้ประชาชนทั่วประเทศแจ้งเบาะแสการพบปลาหมอคางดำผ่านช่องทางต่าง ๆ ของกรมประมงเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าจัดการทันที พร้อมระบุไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มราคารับซื้อหรือค่าหัวปลา เพราะอาจกลายเป็นแรงจูงใจให้มีการแอบเพาะเลี้ยงจนเกิดปัญหาควบคุมไม่ได้ โดยเน้นมาตรการจับเพื่อนำไปใช้ประโยชน์และทำลาย ส่วนมาตรการระยะยาวจะเน้นการปล่อยปลาผู้ล่าลงแหล่งน้ำเพื่อคืนสมดุลระบบนิเวศ ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือกว่า 29 หน่วยงาน ทั้งการสนับสนุนกำลังพลจากกระทรวงกลาโหม หน่วยงานท้องถิ่น และกระทรวง อว. ที่เข้ามาสนับสนุนงบประมาณวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ การมาลงพื้นที่ครั้งนี้จึงเป็นการ kick off เพื่อให้ทุกจังหวัดเคลื่อนไหวแก้ไขปัญหาไปพร้อมกัน โดยเป็นการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันถึง 29 หน่วยงาน เช่น กระทรวงมหาดไทย กลาโหม ตำรวจ ทหาร กรมประมง กระทรวง อว. และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งก็พร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ พร้อมเน้นย้ำว่าประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่จังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง แต่ทั้ง 21 จังหวัดที่มีการระบาดต้องลงมือร่วมมือกันแก้ไขปัญหาในทุกพื้นที่อย่างพร้อมเพรียงกัน”

นายวัชรพล กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินมาตรการเชิงรุก เพื่อเฝ้าระวังปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาว และพื้นที่เชื่อมต่อ “ค้นให้เจอ จับให้เร็ว หยุดการแพร่กระจาย” โดยให้หน่วยงานชลประทานพื้นที่ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางป้องกันปลาหมอคางดำ ที่หลุดรอดลงในลำน้ำเชื่อมต่อจากอ่างเก็บน้ำ เช่น จัดทำระบบกรองกั้นบริเวณคลองส่งน้ำ และให้กรมประมงดำเนินการควบคุม-กำจัด ปลาหมอคางดำในอ่างเก็บน้ำอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะในปลาวัยรุ่นที่จะสืบพันธุ์ เพื่อควบคุมกำจัดประชากร และให้ประเมินระยะเวลาการแพร่พันธุ์ เพื่อให้กรมประมง ทำงานได้ทันเวลาก่อนที่ปลาหมอคางดำจะแพร่กระจาย พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำในจุดรอยต่อ หรือพื้นที่ลำน้ำสาขา เพื่อส่งตรวจ e-DNA เป็นการตรวจสอบเชิงรุกว่า มีหลักฐานยืนยันการแพร่พันธุ์และการตั้งประชากรในแหล่งน้ำดังกล่าวแล้วหรือไม่ พร้อมรายงานผลโดยเร็ว โดยให้ตรวจเพิ่มใน 4 จุดที่พบปลาหมอคางดำ ได้แก่ บ้านนาอวน บ้านโคกครึม บ้านท่าเรือ และบ้านแหลมทอง อำเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานี เพื่อเฝ้าระวังในพื้นที่รอยต่อ

นอกจากนี้ยังสั่งการให้จัด Mobile Unit "เจอ–แจ้ง–จับ" โดย พี่น้องประชาชนหากเจอปลาหมอคางดำสามารถแจ้งกรมประมงทาง QR code และ ให้กรมประมง จัดหน่วยเคลื่อนที่เร็ว พร้อมรถ เรือ เครื่องมือ และเจ้าหน้าที่ ให้เข้าจับทันที เมื่อได้รับแจ้ง เพื่อลดเวลาจาก “พบปลา” ถึง “จับออกจากแหล่งน้ำ” ให้กรมประมงโดยประมงจังหวัดรายงานความคืบหน้าสถานการณ์ทุก 2 สัปดาห์ และขอความร่วมมือในการบูรณาการทุกภาคส่วนกับผู้ว่าราชการจังหวัด ตำรวจภาค ในการตรวจสอบการเคลื่อนย้ายสัตว์น้ำ หากพบปลาหมอคางดำในพื้นที่ ให้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติประมง ห้ามครอบครองอย่างเคร่งครัด พร้อมให้กรมประมง ทำงานเชิงรุก ร่วมกับเครือข่ายชาวประมงและเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อค้นให้เจอ และจับออกให้เร็ว และมากที่สุด โดยประชาชน สามารถใช้เครื่องมือที่กฎหมายอนุญาต เช่น เบ็ด ข่าย แห ยอ และลอบ ได้ แต่ยังห้ามใช้กระแสไฟฟ้า หรือสารเคมี กากชา เองโดยเด็ดขาด และเตือนพี่น้องประชาชน ห้ามเลี้ยง เพาะพันธุ์ หรือขนย้ายโดยเด็ดขาด และช่วยกันตรวจสอบเบาะแส หรือแหล่งที่มาของลูกปลาหมอคางดำ หากพบปลาหมอคางดำหรือปลาที่สงสัยได้ว่าเป็นปลาหมอคางดำ แจ้งผ่าน QR Code ทันทีเพื่อเร่งจับโดยด่วน

ทั้งนี้กระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการเชิงรุกใน 5 มาตรการในพื้นที่เฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์เชิงรุก ในเขื่อนลำปาวแล้ว ทั้งการจำกัดการแพร่กระจาย การสร้างการรับรู้ และเครือข่ายเกษตรกรเพื่อการจับออก และตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของลูกพันธุ์สัตว์น้ำ การส่งเสริมการนำไปใช้ประโยชน์และใช้มาตรการทางกฎหมาย ซึ่งกรมประมง ได้ประสานบังคับใช้ ประกาศกระทรวงฯ เรื่อง กำหนดชนิดสัตว์น้ำที่ห้ามมีไว้ในครอบครอง พ.ศ. 2567 ให้ดำเนินคดีกับผู้ลักลอบเคลื่อนย้ายอย่างเด็ดขาด

นายวัชระพล กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ที่ผ่านมามาตรการรับมือถึงไม่ได้ผลเท่าที่ควรนั้น ยอมรับว่าบางส่วน เกิดจาก ความไม่ต่อเนื่องของงบประมาณ และกำลังบุคลากรที่ไม่เพียงพอ ตนจึงได้ยกระดับการแก้ไขปัญหา โดยดึง ภาคประชาชน และอีก 29 หน่วยงานเครือข่าย เข้ามาร่วมระดมสรรพกำลัง รวมถึงของบประมาณ เพื่อจัดสรรอุปกรณ์ ในการจัดการปัญหานี้ให้จบ อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ และเชื่อมั่นว่าการจำกัดพื้นที่การระบาด ควบคุมให้อยู่ในรัศมีรอบจุดที่พบไม่เกิน 5–10 กิโลเมตร โดยจะสุ่มตรวจพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งการตั้งด่านกักกัน ตั้งจุดสังเกตการณ์บริเวณปากลำน้ำสาขา โดยกรมประมงสนับสนุนเครื่องมือจับปลาให้เครือข่ายชาวประมงร่วมเฝ้าระวัง และการดึงชุมชนมีส่วนร่วม ส่งเสริมการจับไปแปรรูป โดยประสานทั้งโรงงานอุตสาหกรรมและกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เพื่อสร้างแรงจูงใจในการกำจัดและจำกัดจำนวนปลา