THAILAND

สาวบุรีรัมย์สุดช้ำโดนแม่ย่าบังคับให้หย่า ซ่อนใบสละลูกอายุ7วันวอนคนช่วย



อำเภอเมือง,บุรีรัมย์-สาววัย 42 ปี สุดช้ำถูกแม่สามีซึ่งเป็นถึงทนายความ รังเกียจตั้งท้องกับลูกชายเป็นทหารยศนายสิบวัย 32 ปี หลังคลอดได้ไม่ถึง 7 วันบังคับให้เซ็นใบหย่าพร้อมแอบยัดไส้ใบสละลูก ก่อนจะอุ้มลูกสาวของตนหนีไปต่อหน้าแล้วห้ามติดต่อ ตอนนี้สงสารลูกเพิ่งกินนมแม่ยังไม่ถึง 7 วันก็จากไปแล้ว วอนผู้รู้กฎหมายช่วยเพราะแม่สามีเป็นถึงทนายความ 

วันที่ 26 ก.ย.2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากหญิงสาวคนหนึ่งใน ต.บ้านบัว อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ว่าถูกแม่สามีซึ่งเป็นทนายความ ทำทุกวิธีทางเพื่อกีดกันและต้องการให้ลูกชายหย่าร้างกัน ถึงขั้นชิงเอาลูกสาวที่เพิ่งคลอดเพียง 7 วันไปแล้วห้ามติดต่อและอยากให้ผู้ที่มีความรู้ด้านกฎหมายแนะนำ

น.ส.ณัทธภัทร โชติถิรกานต์ อายุ42ปี ผู้ร้องเล่าว่าเมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมาตนคบหากับนายอาร์ม เป็นทหารยศสิบเอก โดยนายอาร์มได้มาอยู่กินกับตนที่บ้านซึ่งเปิดร้านค้าขายของชำอยู่ที่บ้าน

หลังจากนั้นตนกับสิบเอกอาร์ม ได้ไปจดทะเบียนสมรสกันเพราะเริ่มตั้งท้องแล้ว การตั้งท้องและจดทะเบียนสมรสดังกล่าวของตนกับสามี สร้างความไม่พอใจให้กับแม่สามีเป็นอย่างมาก

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ตนได้ไปคลอดลูกที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ และออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นอยู่บ้านเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม สามีก็อยู่กับตนตามปกติ มีช่วงหนึ่งแม่สามีโทรศัพท์มาคุยกับสามีลักษณะเหมือนบังคับให้หย่าบอกว่า”ให้เขาไปหาผัวใหม่ซะ”

และคาดน่าจะเป็นชนวนเหตุในวันถัดมาสามีมาทำร้ายตนด้วยการบีบคอและเตะหลัง 1 ครั้ง ก่อนสามีจะโทรศัพท์เรียกให้แม่มาคุยกัน หลังจากนั้นสามีบอกว่าเราหย่าตามที่แม่ร้องขอก่อน หลังจากนั้นจะกลับมาจดใหม่เหมือนเดิม

ด้วยความรักสามีจึงยอมตกลงเซ็นหย่าให้ แต่มีเอกสารอีกหลายแผ่นที่แม่สามีให้มาเซ็น ตนก็เอะใจแต่สามีบอกว่าเซ็นไปก่อน หลังจากเซ็นเอกสารเสร็จแล้วไปหย่ากันที่อำเภอ กลับมาถึงบ้านสามีตนและแม่สามีได้อุ้มลูกสาวของตนหนีออกไปด้วย มารู้ทีหลังว่าเอกสารที่ให้ตนเซ็นหนึ่งในนั้นเป็นเอกสารสละลูกให้เขาเป็นผู้ดูแลเพียงฝ่ายเดียว และห้ามไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยว

น.ส.ณัทธภัทร เล่าทั้งน้ำตาว่าสงสารลูกที่เพิ่งกินนมแม่ได้ยังไม่ถึง 7 วันก็มีคนพรากออกไปแล้ว เห็นภาพลูกบ้างตอนที่สามีโทรวีดีโอคอลมาให้ดู อยากให้ผู้รู้เรื่องกฎหมายมาแนะนำหรือมาช่วยเหลือตนซึ่งตนนี้คิดถึงลูกมาก////////////////

พงศ์ปวิทย์  กิจนิยม/บุรีรัมย์