IN NEWS

กทม.เร่งระบายน้ำรับฝน5-6,10-11ต.ค.นี้ ปภ.เร่งโอนเงินเยียวยาให้ได้ในสัปดาห์นี้



กรุงเทพฯ-รองโฆษกฯ ลลิดา เผย กทม. เร่งระบายน้ำพื้นที่ท่วม พร้อมรับมือฝน 5 - 6 และ 10 - 11 ต.ค. เตรียมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่เสริมจุดเสี่ยง ขณะที่ ปภ. เร่งตรวจสอบข้อมูลผู้ประสบภัยทั่วประเทศ คาดโอนเงินเยียวยาภายในสัปดาห์นี้ เผยประชาชนลงทะเบียนผ่าน “ทางรัฐ” แล้วกว่า 1 ล้านครัวเรือน

วันนี้ (วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2569) เวลา 10.00 น. ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการแถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (JICC - Joint Information and Communication Center) ว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ขณะนี้เส้นทางหลักที่ยังมีน้ำท่วมสูง ได้แก่ ถนนฉลองกรุง จึงขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางดังกล่าว

สำหรับชุมชนเคหะร่มเกล้า กรุงเทพมหานครได้เร่งระบายน้ำออกแล้วกว่า 30-70 เซนติเมตร และตั้งเป้าระบายน้ำเพิ่มให้ได้ประมาณ 25 เซนติเมตรต่อวัน ขณะที่บริเวณมีนบุรีได้เปิดประตูระบายน้ำเพิ่ม เพื่อเร่งผลักดันน้ำลงคลองแสนแสบ ส่วนชุมชนสายไหมและออเงินได้เสริมเครื่องสูบน้ำจากพื้นที่อื่นที่สถานการณ์คลี่คลายเข้ามาช่วย พร้อมใช้เรือผลักดันน้ำออกจากพื้นที่ คาดว่าจะสามารถระบายน้ำจนพื้นที่แห้งได้ภายใน 2 วัน โดยรายละเอียดสถานการณ์และการดำเนินการในพื้นที่ กทม. จะเป็นผู้ชี้แจงเพิ่มเติมต่อไป

ด้านนายปริญญา จันทคุปต์ ผู้อำนวยการส่วนวิชาการจัดการคุณภาพน้ำ สำนักการระบายน้ำ กทม. กล่าวว่า วันนี้คาดการณ์ว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะสูงสุดที่ 1.72 เมตร ต่ำกว่าระดับคันกั้นน้ำ กทม. ประมาณ 1.28 เมตร ขณะที่ กทม. เตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์ฝนตกหนักในช่วงวันที่ 5–6 และ 10–11 ตุลาคม 2569 โดยจะเร่งระบายน้ำในคลองสายหลัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับน้ำฝน พร้อมเตรียมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ไปประจำในพื้นที่ที่คาดว่าจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วม อาทิ เขตสายไหม ลาดกระบัง คลองสามวา และสะพานสูง

สำหรับการจัดการในพื้นที่ที่สถานการณ์น้ำคลี่คลาย กทม. ได้ดำเนินการจัดเก็บขยะตกค้างและขยะลอยน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาสามารถจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่ได้แล้วกว่า 1,400 ตัน

ขณะเดียวกัน ปัจจุบันมีผู้ประสบอุทกภัยยื่นลงทะเบียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ claim.bangkok.go.th แล้วกว่า 40,000 ราย โดยสิทธิที่ผู้ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือ ได้แก่ ค่าดำรงชีพ ค่าซ่อมแซมบ้าน และค่าเครื่องมืออุปกรณ์ยังชีพ ทั้งนี้ เขตที่มีจำนวนผู้ลงทะเบียนสูงสุด ได้แก่ ลาดกระบัง สายไหม และบางกะปิ

ด้าน ดร. ศิริธร สมสุวรรณ ผู้อำนวยการกองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ปภ. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยว่า การช่วยเหลือแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 เงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ซึ่งขณะนี้กรุงเทพมหานครและจังหวัดที่เป็นพื้นที่ประสบภัยได้ทยอยดำเนินการสำรวจข้อมูลและจ่ายเงินช่วยเหลือให้แก่ประชาชนแล้ว

ส่วนที่ 2 การช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรีสำหรับประชาชนที่ประสบอุทกภัย โดยกรณีน้ำท่วมที่อยู่อาศัยประจำไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ให้ความช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท กรณีน้ำท่วมขังตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป ให้ความช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท และกรณีที่อยู่อาศัยประจำและอาคารสูงถูกน้ำล้อมตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป ให้ความช่วยเหลือครัวเรือนละ 5,000 บาท

ทั้งนี้ ปภ. ได้ประสานและชี้แจงไปยังกรุงเทพมหานครและจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ รวม 65 จังหวัด เพื่อเร่งสำรวจและยืนยันข้อมูลมายัง ปภ. โดยเมื่อได้รับข้อมูลแล้ว ปภ. จะดำเนินการตรวจสอบภายใน 2 วัน ก่อนส่งต่อให้ธนาคารออมสินตรวจสอบและดำเนินการโอนเงินให้แก่ประชาชนภายใน 3 วันทำการ ซึ่งจะทำให้สามารถดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือได้ภายในสัปดาห์นี้ จึงขอให้พื้นที่เร่งสำรวจและยืนยันข้อมูลมายัง ปภ. โดยเร็ว

สำหรับการยืนยันข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ณ เวลา 07.00 น. วันนี้ มีประชาชนลงทะเบียนขอรับเงินช่วยเหลือในระบบแล้วทั้งสิ้น 1,056,361 ครัวเรือน ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร 458,987 ครัวเรือน จังหวัดสมุทรปราการ 149,194 ครัวเรือน จังหวัดปทุมธานี 130,010 ครัวเรือน จังหวัดฉะเชิงเทรา 42,531 ครัวเรือน และจังหวัดระยอง 36,016 ครัวเรือน

สำหรับกรณีที่ประชาชนกรอกข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” แล้วระบบแจ้งว่าไม่อยู่ในพื้นที่ประสบภัย ขอให้ตรวจสอบข้อมูลก่อนกดยืนยัน โดยเฉพาะการเลือกพื้นที่เกิดภัย ซึ่งหากเลือกพื้นที่หรือเขตที่อยู่ไม่ถูกต้อง ระบบจะไม่สามารถดำเนินการยืนยันข้อมูลได้ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลได้ที่เมนู “คำร้องของฉัน” ในช่องแก้ไขข้อมูล และขอให้ประชาชนตรวจสอบวันที่เกิดภัยให้ตรงกับวันที่เกิดเหตุจริงและสอดคล้องกับเงื่อนไขระยะเวลาที่กำหนด เพื่อให้การตรวจสอบสิทธิเป็นไปอย่างถูกต้อง

พร้อมกันนี้ ปภ. ได้กำชับและประสานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรุงเทพมหานคร และจังหวัด ให้ประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับประเภทของความช่วยเหลือและสิทธิที่พึงได้รับ เพื่อให้ประชาชนมีความชัดเจนและสามารถยื่นคำร้องได้อย่างสะดวก