THAILAND
ชาวเมืองชัยภูมิบุกจี้กมธ.สวเร่งผลักดัน รัฐฯออกกม.ย้ายโรงกัญชาใกล้ชุมชน
ชัยภูมิ-ชาวบ้านสุดทนบุกจี้ กมธ.สว เร่งผลักดัน รบ.ออกกฎกระทรวงย้ายโรงกัญชาส่งกลิ่นเหม็นกระทบคนในชุมชนตายผ่อนส่ง ออกจากพื้นที่โดยเร็วด้วย
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 8 ตุลาคม 2569 ขณะที่ จ.ชัยภูมิ ได้มีตัวแทนชาวบ้านกว่า 20 คน นำโดย นายทศ ตาลชัย พร้อมตัวแทนแม่ชีพัชร รัชกาลวิบูรณ์ อายุ 79 ปี โดยบุตรสาว นางสาวอารศา ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลนาฝาย อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหามีโรงงานผลิตกัญชาในพื้นที่ส่งกลิ่น ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ตำบลนาฝายในปัจจุบันจำนวนมาก ที่ยังไม่มีการแก้ปัญหาเรื่องกลิ่นกัญชาเหม็นส่งผลกระทบต่อประชาชนกลุ่มเปราะบางที่กลิ่นกัญชามีผลต่อสุขภาพ เกิดอาการเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาลในปัจจุบันตามมากอีกจำนวนมากด้วย

ซึ่งครั้งนี้ได้มีตัวแทนชาวบ้านได้เดินทางมาชูป้ายเขียนข้อความว่า ไม่เอาโรงกัญชา ที่บริเวณประตูทางขึ้น ศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ พร้อมยื่นหนังสือร้องเรียนติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาดังกล่าวต่อคณะกรรมาธิการกลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.)พบประชาชน กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง มาต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเดือน ก.ค.69 ที่ผ่านมา
ที่วันนี้ทาง นายนิรัตน์ อยู่ภักดี ประธานคณะกรรมาธิการกลุ่มสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง พร้อมด้วยสมาชิก พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร และ นายธนภัทร ตวงวิไล สว. จ.ชัยภูมิ ที่ได้ร่วมกันเดินทางมาติดตามการร่วมประชุมขอหารือและรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการติดตามเรื่องร้องทุกข์ของประชาชนครั้งนี้ต่อปัญหาความเดือดร้อนที่ชาวบ้านร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องโรงกัญชาส่งกลิ่นเหม็น ร่วมกับ นายอนันต์ นาคนิยมผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมหัวหน้าทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดชัยภูมิ ในช่วงเวลา 13.30น.วันที่ 8 ต.ค.69 ณ ห้องประชุมศาลากลางชั้น 5 จ.ชัยภูมิ

ซึ่ง หลังจากทางคณะสมาชิกวุฒิสภาฯได้รับหนังสือร้องเรียนแล้ว ได้เชิญตัวแทนของผู้เดือดร้อนขึ้นไปรับทราบข้อเท็จจริงที่ห้องประชุมบนศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ ในครั้งนี้ด้วย โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินทางมาชี้แจงใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง กรณีปัญหาที่ส่งผลกระทบ ต่อชาวบ้านในพื้นที่เรื่องการแก้ปัญหาทางกลิ่นกัญชาเหม็นจากโรงกัญชาในพื้นที่ดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจนในการแก้ปัญหาได้ในครั้งนี้แต่อย่างใดได้ ที่ประชาชนตัวแทนชาวบ้านผู้เดือดร้อนจากกลิ่นกัญชาทำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงตายผ่อนส่งเกิดปัญหาต่อสุขภาพจิตการเจ็บป่วยของประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ติดโรงกัญชามาตั้งอยู่ในชุมชนได้ขนาดนี้คือต้นเหตุปัญหาดังกล่าวเป็นหลัก และขอฝากเรียกร้องผ่านทางทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดชัยภูมิและคณะ สว.ดังกล่าว ที่เดินทางมาติดตามความคืบหน้าครั้งนี้ ผ่านไปถึงรัฐบาลผู้ริเริ่มเปิดการค้ากัญชาเสรี มาจนปัจจุบัน
ได้เร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดเป็นการด่วนจากนี้ไปด้วย โดย นายนิรัตน์ อยู่ภักดี ประธานคณะกรรมาธิการกลุ่มสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง กล่าวว่า ซึ่งจากนี้ต่อไปในทางพื้นที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะทางสาธารณสุข จะต้องมีบทบาทสำคัญในการเป็นหน่วยงานหลักที่รับทราบปัญหาผลกระทบต่อกลิ่นกัญชาต่อสุขภาพสังคมโดยรวมในชุมชนต่างๆอยู่แล้ว
ที่ควรจะมีการผลักดันออกกฎหมาย เพื่อมาช่วยคุ้มครองผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนเป็นสำคัญด้วย ที่จะต้องมีการจัดโซนนิ่งโรงงานประเภทต่างๆไม่ว่าทางเสียง กลิ่น อื่นๆที่มีผลกระทบต่อประชาชนใกล้เคียง หรือการตั้งนิคมอุตสาหกรรม ขึ้น ที่จะต้องมีกฏกระทรวงเรื่องการมาตั้งโรงงานต่างๆที่ต้องอยู่ห่างชุมชนในลักษณะโรงกัญชาแบบนี้ก็ควรอยู่ห่างจากชุมชนอย่างน้อย 1 กิโลเมตรขึ้นไปด้วย
ที่ส่วนหนึ่งในส่วนของหน้าที่ของ สว.ก็จะไปเร่งช่วยประสานให้ ครม. และคณะรัฐมนตรีต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวง ทบวง กรมต่างๆควรให้ความสำคัญในการออกกฏกระทรวงในการแก้ไขปัญหาโรงกัญชาที่มาตั้งอยู่ในใจกลางชุมชนเกิดปัญหาแบบนี้ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ และยังมีปัญหาอีกหลายจังหวัดในทั่วประเทศอีกด้วย
รวมทั้งการแก้ปัญหาเร่งด่วนในขณะนี้คือปัญหาเรื่องยังมีผลกระทบเรื่องการแก้ปัญหาเรื่องกลิ่นกัญชาที่มีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในพื้นที่ก็ต้องมีมาตรการเร่งด่วนออกมาดำเนินการที่เด็ดขาดเพื่อคุ้มครองสังคมที่เกิดปัญหาสุขภาพความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในทุกพื้นที่เป็นมาตรการที่เร่งด่วนที่สุดดำเนินการได้ทันที ระหว่างรอการเร่งผลักดันดำเนินการออกกฎกระทรวงในการให้โรงกัญชาห่างจากชุมชนออกไปจากนี้ให้ได้ตามมาต่อไปด้วย///
