IN NEWS
ไทย-ติมอร์เลสเตยกระดับร่วมมือรอบด้าน ดันเที่ยวบินตรง'กรุงเทพฯ–ดิลี'เชื่อมเที่ยว
กรุงเทพฯ-ไทยและติมอร์-เลสเตเดินหน้ายกระดับความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม มุ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยขยายตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป ส่งเสริมการลงทุนในสาขาที่มีศักยภาพ พร้อมเร่งผลักดันการเปิดเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ–ดิลี เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง กระตุ้นการค้าและการท่องเที่ยว สร้างโอกาสทางธุรกิจและรายได้ให้แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร การพัฒนาบุคลากร และความร่วมมือด้านความมั่นคง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน พร้อมกระชับความสัมพันธ์สู่การครบรอบ 25 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2570และนายกฯ อนุทิน ต้อนรับนายกฯ ติมอร์-เลสเตอย่างอบอุ่น กระชับมิตรภาพ ก่อนหารือเต็มคณะ มุ่งขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การพัฒนา และความร่วมมือระดับภูมิภา

วันนี้ (วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2569) เวลา 12.10 น. ณ โถงกลาง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือทวิภาคีระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กับนายไก ราลา ซานานา กุซเมา (H.E. Mr. Kay Rala Xanana Gusmão) นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต นายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งกลไกการหารือทวิภาคีระหว่างไทยกับติมอร์-เลสเต
สาระสำคัญของผลการหารือว่า นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่ได้ต้อนรับนายกรัฐมนตรีติมอร์-เลสเตเดินทางเยือนประเทศไทย ภายหลังติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบเมื่อปีที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่าไทยพร้อมสนับสนุนติมอร์-เลสเตในการมีส่วนร่วมกับประชาคมอาเซียนอย่างเต็มศักยภาพ โดยการหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับความสัมพันธ์และขับเคลื่อนความร่วมมือใน 5 ด้านสำคัญ ดังนี้
1. การเยือนระดับสูงและการหารือทวิภาคี ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อพัฒนาการเชิงบวกของความสัมพันธ์ระหว่างกัน และเห็นพ้องที่จะส่งเสริมการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจัดกิจกรรมร่วมกันเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 25 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ติมอร์-เลสเต ในปี 2570 นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อการจัดทำแถลงการณ์ร่วมเพื่อกำหนดทิศทางความร่วมมือในระยะต่อไป และการจัดตั้งกลไกการหารือทวิภาคี ซึ่งมีกำหนดจัดการประชุมครั้งแรกที่ติมอร์-เลสเตในเร็ว ๆ นี้ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการติดตามและผลักดันความร่วมมือให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
2. ความร่วมมือด้านกลาโหมและความมั่นคง ไทยและติมอร์-เลสเตมีความสัมพันธ์ด้านการทหารมาอย่างยาวนาน โดยกองทัพไทยเคยมีบทบาทสนับสนุนภารกิจรักษาและสร้างสันติภาพในติมอร์-เลสเต ระหว่างปี 2542–2545 ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของไทยมีกำหนดเดินทางเยือนติมอร์-เลสเตในอนาคตอันใกล้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือทางทหารระหว่างกัน พร้อมกันนี้ ไทยสนับสนุนโครงการอนุสรณ์สถานกองกำลังนานาชาติในติมอร์ (INTERFET Memorial) เพื่อรำลึกถึงบทบาทของกองกำลังนานาชาติในการสนับสนุนสันติภาพในติมอร์-เลสเต นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเพิ่มความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์และอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งในระดับทวิภาคีและระดับอาเซียน เพื่อรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่และเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชน
3. ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่ายังมีศักยภาพอีกมากในการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเพิ่มมูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างกัน ไทยยืนยันความพร้อมในการเป็นหุ้นส่วนด้านความมั่นคงทางอาหารของติมอร์-เลสเต และจะร่วมกันอำนวยความสะดวกในการส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปของไทยไปยังติมอร์-เลสเต รวมทั้งเร่งสรุปบันทึกความเข้าใจด้านการค้าข้าว ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่สินค้าเกษตรไทยและสร้างประโยชน์ต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงโอกาสการลงทุนของภาคเอกชนไทยในติมอร์-เลสเต โดยเฉพาะในสาขาที่มีศักยภาพ ได้แก่ เกษตรกรรมและการแปรรูปอาหาร พลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว และธุรกิจโรงแรม พร้อมส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจและสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระยะยาว
ในด้านการคมนาคมและการเชื่อมโยงระหว่างประเทศ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเร่งผลักดันการสรุปความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศ เพื่อปูทางสู่การเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ กับกรุงดิลีในอนาคตอันใกล้ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนและนักธุรกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว และเพิ่มโอกาสในการขยายการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ
4. ความร่วมมือเพื่อการพัฒนา ไทยให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนติมอร์-เลสเตมาอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ปี 2544 ไทยได้มอบทุนการศึกษาและโอกาสในการฝึกอบรมแก่บุคลากรจากติมอร์-เลสเตรวมแล้วกว่า 800 ทุนและโอกาส ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเร่งสรุปแผนงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2569–2571) โดยมุ่งเน้นสาขาที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศและคุณภาพชีวิตของประชาชน ได้แก่ การเกษตรอย่างยั่งยืน การพัฒนาชุมชน สาธารณสุข การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการเสริมสร้างขีดความสามารถที่เกี่ยวข้องกับอาเซียน
ขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกับโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในติมอร์-เลสเต ซึ่งดำเนินการภายใต้พระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโรงเรียน 6 แห่ง เพื่อส่งเสริมโภชนาการ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
5. ความร่วมมือระดับภูมิภาค ไทยยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนติมอร์-เลสเตให้สามารถบูรณาการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนได้อย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงสนับสนุนการเสริมสร้างขีดความสามารถเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในอนาคต เพื่อให้ติมอร์-เลสเตสามารถมีบทบาทในการขับเคลื่อนความร่วมมือและการพัฒนาของภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาค โดยเฉพาะสถานการณ์ในเมียนมา และเห็นพ้องถึงความสำคัญของการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเมียนมาในฐานะสมาชิกครอบครัวอาเซียน ควบคู่กับการสนับสนุนให้สถานการณ์ในเมียนมามีพัฒนาการในทิศทางที่ดีขึ้น โดยไทยยืนยันความสำคัญของการรักษาความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศ เพื่อส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงของภูมิภาค

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า การหารือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับความสัมพันธ์ไทย–ติมอร์-เลสเตให้แน่นแฟ้นและครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการต่อยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการขยายตลาดสินค้าเกษตรและอาหารไทย การเพิ่มโอกาสการลงทุนของภาคเอกชน และการส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านการคมนาคมและการท่องเที่ยว ควบคู่กับความร่วมมือด้านความมั่นคงและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทั้งสองฝ่ายพร้อมติดตามและผลักดันผลการหารือไปสู่การปฏิบัติ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิต และส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน
นายกฯต้อนรับนายกฯ ติมอร์-เลสเตอย่างอบอุ่น

ก่อนหน้านี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับนายไก ราลา ซานานา กุสเมา (H.E. Mr. Kay Rala Xanana Gusmão) นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นมิตร
เมื่อนายกรัฐมนตรีติมอร์-เลสเตเดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ ณ บริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนเข้าสู่พิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ณ สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า โดยวงดุริยางค์บรรเลงเพลงชาติติมอร์-เลสเตและเพลงชาติไทยตามลำดับ จากนั้น นายกรัฐมนตรีทั้งสองร่วมตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ เพื่อเป็นเกียรติแก่การเยือนอย่างเป็นทางการครั้งนี้
ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีต้อนรับ นายกรัฐมนตรีทั้งสองร่วมถ่ายภาพ ณ บันไดโถงกลาง ตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนลงนามในสมุดเยี่ยมของรัฐบาลและชมของที่ระลึกที่ทั้งสองฝ่ายมอบให้แก่กัน ณ ห้องสีงาช้าง
จากนั้น เวลา 11.00 น. นายกรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายและคณะได้ร่วมหารือข้อราชการเต็มคณะ ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า โดยฝ่ายไทยประกอบด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะ
ส่วนฝ่ายติมอร์-เลสเตประกอบด้วย นายไก ราลา ซานานา กุสเมา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย H.E. Mr. Francisco Kalbuadi Lay รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีผู้ประสานงานด้านเศรษฐกิจ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม H.E. Mr. Mariano Assanami Sabino รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีผู้ประสานงานด้านสังคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาชนบทและการเคหะชุมชน และรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม H.E. Mr. Miguel Marques Goncalves Manetelu รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและการสื่อสาร และคณะ
โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะกระชับความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือระหว่างไทยกับติมอร์-เลสเตในทุกมิติ ทั้งการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง การจัดตั้งกลไกการหารือทวิภาคี การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผ่านทุนการศึกษาและการฝึกอบรม ตลอดจนการส่งเสริมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและประโยชน์แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ โดยไทยยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของติมอร์-เลสเตในด้านต่าง ๆ รวมถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 2572 ต่อจากไทยในปี 2571 ขณะที่ติมอร์-เลสเตพร้อมส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนไทยในธุรกิจบริการและโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะร่วมกันส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค โดยเฉพาะการสนับสนุนให้สถานการณ์ในเมียนมามีพัฒนาการในทิศทางที่ดีขึ้น และการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาชนและภูมิภาคโดยรวม
