IN NEWS
นายกฯจี้ปรับให้ชัด'นวัตกรรม'กับ'สิ่งใหม่' 2พ.ย.บุกอุดรฯเปิดพืชสวนโลก/ครม.สัญจร
กรุงเทพฯ-วันนี้(14 ตุลาคม 2569) เวลา 13.30 น. ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวในการประชุมคณะรัฐมนตรี ขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมกันดูแลและช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้โดยเร็ว โดยในวันนี้มีการจ่ายเงินสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัย จำนวน 2 ล้านบาท กรณีผู้เสียชีวิตจากเหตุภัยพิบัติในจังหวัดเชียงใหม่ ภายหลังโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569
สำหรับการเยียวยาผู้ประสบภัยในภาพรวม นายกรัฐมนตรีกำชับให้เร่งดำเนินการอย่างรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องรอให้น้ำลดทั้งหมด ปัจจุบันมีการเยียวยาแล้วประมาณ 200,000 ครัวเรือน ซึ่งดำเนินการได้รวดเร็วกว่าการเยียวยาในรอบที่ผ่านมา
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในสัปดาห์นี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2569 (2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings) โดยนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม พร้อมกล่าวถึงเสียงสะท้อนจากผู้เข้าร่วมงานที่แสดงความชื่นชมและความเชื่อมั่นในประเทศไทย รวมถึงศักยภาพของประเทศ
นอกจากนี้ จังหวัดอุดรธานีเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 (Udon Thani International Horticultural Expo 2026) ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 14 มีนาคม 2570 โดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานในพิธีเปิดวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 และในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 จะเดินทางไปประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ณ จังหวัดอุดรธานี โดยเน้นโครงการพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกร พร้อมนำวาระแห่งชาติเรื่องการปราบปรามยาเสพติดเข้าสู่การพิจารณา
สำหรับมติคณะรัฐมนตรีที่สำคัญในวันนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบข้อเสนอหลักเกณฑ์และแนวทางการขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทย เพื่อปรับปรุงกระบวนการขึ้นทะเบียนให้เหมาะสมยิ่งขึ้น หลังมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับสินค้าบางรายการที่อาจเอื้อประโยชน์แก่ธุรกิจที่ไม่ได้เป็นนักนวัตกรรมอย่างแท้จริง หรือผลิตภัณฑ์ที่เคยขึ้นบัญชีนวัตกรรมแล้ว แต่เมื่อเวลาผ่านไปสามารถผลิตเป็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์มาตรฐานทั่วไปได้
สาระสำคัญประการหนึ่ง คือ การกำหนดคุณสมบัติผลงานนวัตกรรมให้ชัดเจน โดยปรับปรุงนิยามคำว่า “นวัตกรรม” และ “สิ่งใหม่” ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น หากเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงบรรจุภัณฑ์หรือหีบห่อของอุปกรณ์ จะไม่สามารถขอขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมได้ พร้อมทั้งลดการใช้ดุลยพินิจในการพิจารณา รวมถึงการจัดให้มีการอุทธรณ์สำหรับกระบวนการขอขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทย โดยกำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลรายชื่อสินค้า รายชื่อผู้ประกอบการ คุณลักษณะจำเพาะพื้นฐานและขอบเขตประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอขึ้นทะเบียนต่อสาธารณะล่วงหน้าก่อนการอนุมัติ
นอกจากนี้ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 มอบหมายกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) เป็นหน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรมที่ขอขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทย และให้ สวทช. สนับสนุนการปฏิบัติงานเชิงเทคนิคแก่ สนช. ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป และมอบหมาย สงป. เป็นหน่วยตรวจสอบราคาของผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรมที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ รวมทั้งจัดทำและประกาศบัญชีนวัตกรรมไทย
การปรับปรุงหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทยครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อลดความไม่โปร่งใสและยกระดับความโปร่งใสในการขึ้นบัญชีนวัตกรรม ซึ่งเป็นช่องทางที่หน่วยงานภาครัฐสามารถใช้ในการจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจง โดยถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญด้านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของประเทศไทย
