THAILAND

วิกฤตน้ำมรณะล้างบางในแม่น้ำปราจีนฯ ม็อบปลากระชังบุกพบผู้ว่าฯจี้สอบโรงงาน



ปราจีนบุรี-สถานการณ์วิกฤตแม่น้ำปราจีนบุรีเน่าเสียและปลาตายเกลี้ยงลุ่มน้ำกำลังลุกลามอย่างหนักหน่วง กลายเป็นภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่ซัดเอาความหวังของเกษตรกรพังทลายลงในพริบตา เมื่อกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังและประมงพื้นบ้านกว่า 50 ชีวิต รวมตัวกันยกพลบุกศูนย์ราชการใหม่ ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงด่วน หลังสงสัยว่าอาจเกิดจากสารเคมีรั่วไหลจากโรงงานอุตสาหกรรม

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 กลุ่มเกษตรกรนำโดย นายมนตรี หรือ "เฮียมน" อายุ 52 ปี และนายสมบูรณ์ อายุ 66 ปี ได้นำป้ายประท้วงมาร่วมแสดงพลังทวงถามความรับผิดชอบ โดยเกษตรกรระบุว่า เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติตั้งแต่วันที่ 9–10 ตุลาคมที่ผ่านมา น้ำในแม่น้ำส่งกลิ่นเหม็น มีคราบมันเมือกติดมือ และมีคราบน้ำมันสีรุ้งลอยเด่น ก่อนที่มวลน้ำจะไหลผ่านอำเภอกบินทร์บุรี ศรีมหาโพธิ บ้านทาม และอำเภอเมืองปราจีนบุรี จนสัตว์น้ำน็อกน้ำตายเกลี้ยงระหว่างวันที่ 10–12 ตุลาคม ส่งผลให้สัตว์น้ำตื้นและสัตว์น้ำลึก เช่น ปลากระโห้ยักษ์น้ำหนักกว่า 70 กิโลกรัม ปลาลิ้นหมา และกุ้ง ลอยคอตายเกลี้ยง สร้างความเสียหายมูลค่าหลายสิบล้านบาท

นายมนตรี ซึ่งเลี้ยงปลากระชังถึง 23 กระชัง เปิดเผยด้วยความช้ำใจว่า ตนมีกำหนดจะจับปลาทับทิมขายในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ ในราคากิโลกรัมละ 100 บาท กระชังละประมาณ 2 ตัน แต่ต้องมาสูญเสียผลผลิตทั้งหมดก่อนกำหนดเพียงไม่กี่วัน เช่นเดียวกับกลุ่มหาดสะแก ตำบลบางบริบูรณ์ ของนายสมบูรณ์ ที่เสียหายยับเยิน ต้นทุนจมไปกว่า 600,000 บาท และรายได้ที่คาดว่าจะได้กว่า 2 ล้านบาทพังทลายในคืนเดียว

กลุ่มเกษตรกรได้ยื่น 3 ข้อเรียกร้องหลัก ได้แก่ การตรวจสอบหาสารปนเปื้อนอย่างโปร่งใส, มาตรการเยียวยาความเสียหายอย่างเร่งด่วน และความชัดเจนในการฟื้นฟูระบบนิเวศรวมถึงความปลอดภัยของน้ำประปา

ท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียด นายสัญญา นามี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้ออกมาพบปะและรับหนังสือข้อร้องเรียนจากกลุ่มเกษตรกรด้วยตนเอง พร้อมเปิดโอกาสให้ตัวแทนเกษตรกรได้สะท้อนปัญหาอย่างใกล้ชิด โดยรองผู้ว่าฯ ได้รับเรื่องไว้และรับปากว่าจะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งประมงจังหวัด สิ่งแวดล้อม และฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่ตรวจพิสูจน์สารปนเปื้อน พร้อมหาแนวทางช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบราชการโดยเร็วที่สุดเพื่อคืนความเชื่อมั่นให้ประชาชน
ต่อมาเมื่อเวลา 19.30 น. นายธงชัย บุตรวงษ์ นายอำเภอเมืองปราจีนบุรี ได้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โดยเปิดเผยว่า จากการสำรวจพบเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องในเขตอำเภอเมืองปราจีนบุรีมีทั้งสิ้น 44 ราย กระจายอยู่ใน 4 ตำบล ได้แก่ ตำบลหน้าเมือง, ตำบลรอบเมือง, ตำบลบางบริบูรณ์ และตำบลท่างาม

นายอำเภอเมืองปราจีนบุรีระบุว่า ทางอำเภอได้หารือร่วมกับรองผู้ว่าฯ และประมง เร่งให้เกษตรกรยื่นเอกสารเพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ (กชพอ.) และส่งต่อไปยังจังหวัด (กชพจ.) เพื่ออนุมัติช่วยเหลือเร่งด่วน โดยใช้างบประมาณทดลองราชการของอำเภอ วงเงินไม่เกินรายละ 30,000 บาท รวมเป็นงบประมาณราว 1,400,000 บาท เพื่อให้การจ่ายเงินช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุด หากรอขั้นตอนปกติอาจต้องใช้เวลานานนับปีซึ่งไม่ทันการณ์

พร้อมกันนี้ นายอำเภอเมืองปราจีนบุรียังอัปเดตสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ตรอกซอกซอยและพื้นที่ลุ่มต่ำ เช่น ตำบลวัดโบสถ์, ท่างาม และบางบริบูรณ์ ว่ายังคงมีน้ำท่วมขังลึกประมาณ 1–2 เมตร บางจุดต้องใช้เรือสัญจร เช่น บริเวณหลังวัดหลวงหลังที่ว่าการอำเภอ จึงยังคงเปิดศูนย์พักพิงต่อเนื่อง มีประชาชนเข้าพักพิงราว 50 คน

ล่าสุด  เวลา 20.40 น. น.ส.จุฑามาศ บัวเผื่อน นายอำเภอศรีมหาโพธิ์ ได้เปิดเผยถึงตัวเลขความเสียหายในพื้นที่อำเภอศรีมหาโพธิ์จากการสำรวจของสำนักงานประมงอำเภอศรีมหาโพธิ์ พบว่ามีปลาทับทิมลอยคอตายเกลื่อนกระชังรวมกว่า 352.78 ตัน (352,780 กิโลกรัม) คิดเป็นมูลค่าความเสียหายสูงถึง 32,472,316 บาท ครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบ 24 ราย ใน 4 ตำบล รวม 518 กระชัง บนพื้นที่เลี้ยงรวม 11,765.50 ตารางเมตร

จากการตรวจสอบความเสียหายแยกตามตำบลในอำเภอศรีมหาโพธิ์ พบว่า ตำบลบ้านทาม ได้รับความเสียหายหนักที่สุด เกษตรกรได้รับผลกระทบ 9 ราย (233 กระชัง) ปริมาณปลาเสียหาย 173,360 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า 16,386,516 บาท โดย นายกนก บำรุงโลก (หมู่ 2) สูญเสียมากที่สุด ปลาน็อกตายถึง 80,000 กิโลกรัม มูลค่าความเสียหาย 7,840,000 บาท และ น.ส.ภีรดา ไผ่สุข (หมู่ 2) เสียหาย 30,000 กิโลกรัม มูลค่า 2,940,000 บาท

ตำบลบางกุ้ง เกษตรกรได้รับผลกระทบ 7 ราย (118 กระชัง) ปริมาณปลาเสียหาย 78,900 กิโลกรัม มูลค่าความเสียหาย 7,043,500 บาท โดย นายสมลักษณ์ วิจารณ์ (หมู่ 1) และ น.ท.พิชิต สิงหบุตร ร.น. (หมู่ 1) เสียหายหนักสุด ปลาตายรายละ 28,000 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ารายละ 2,800,000 บาท

ตำบลท่าตูม เกษตรกรได้รับผลกระทบ 4 ราย (118 กระชัง) ปริมาณปลาเสียหาย 72,520 กิโลกรัม มูลค่าความเสียหาย 6,272,300 บาท โดย นายชลาพันธ์ มาอ่อน (หมู่ 3) สูญเสียปลา 37,620 กิโลกรัม มูลค่า 2,983,300 บาท

และ ตำบลศรีมหาโพธิ เกษตรกรได้รับผลกระทบ 4 ราย (49 กระชัง) ปริมาณปลาเสียหาย 28,000 กิโลกรัม มูลค่าความเสียหาย 2,770,000 บาท โดย น.ส.สมปอง อยู่ดี (หมู่ 1) เสียหายสูงสุดในตำบล จำนวน 10,000 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า 980,000 บาท

เหตุการณ์ปลาทับทิมน็อกตายยกกระชังในครั้งนี้นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี ส่งผลให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระหนี้สินค่าพันธุ์ปลาและค่าอาหารปลาอย่างหนักหน่วง ขณะนี้ประมงอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งรวบรวมหลักฐานเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติระดับอำเภอและจังหวัด เพื่อพิจารณาเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนเป็นการด่วนต่อไป

มานิตย์  สนับบุญ -ข่าว/ ณัฐนันท์ – ภาพ /ปราจีนบุรี