BANGKOK

กทม.คืนถนนปลอดภัยรุกซ่อมผิวจราจร หลังน้ำท่วม112จุดเล็งปรับปรุงระยะยาว



กรุงเทพฯ-(14 ต.ค. 69) นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงการดำเนินการ “ร่วมแรงฟื้นกรุง” ในการฟื้นฟูถนนและผิวจราจรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ว่า จากการสำรวจและดำเนินการซ่อมแซมผิวจราจรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง พบจุดที่ต้องดำเนินการซ่อมแซม 112 จุด ซึ่งขณะนี้ดำเนินการซ่อมแซมเบื้องต้นแล้วเสร็จครบทั้ง 112 จุด โดยเป็นการซ่อมแซมชั่วคราวเพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เส้นทางสัญจรได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากผิวจราจรชำรุด โดยเฉพาะหลุมบ่อ ผิวทางแตกร้าว และผิวถนนหลุดร่อนภายหลังน้ำลด

สำหรับพื้นที่ดำเนินการซ่อมแซม ครอบคลุมถนนสายหลักและสายรองทั่วกรุงเทพมหานคร อาทิ พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ได้แก่ ถนนพระรามที่ 4 ถนนพระราม 9 ถนนเพชรบุรี ถนนรัชดาภิเษก ถนนพญาไท ถนนศรีอยุธยา ถนนดินแดง ถนนราชวิถี ถนนพระรามที่ 6 ถนนเจริญกรุง ถนนรามคำแหง และบริเวณแยกราชปรารภ

พื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งเหนือและตะวันออก ได้แก่ ถนนพหลโยธิน ถนนงามวงศ์วาน ถนนกำแพงเพชร ถนนนวมินทร์ ถนนนวลจันทร์ ถนนเสรีไทย ถนนสุขาภิบาล 5 ถนนสายไหม ถนนวัชรพล ถนนสวนสยาม ถนนนิมิตใหม่ ถนนหทัยราษฎร์ ถนนลาดกระบัง ถนนเจ้าคุณทหาร ถนนเชื่อมสัมพันธ์ และถนนลาดพร้าว รวมถึงถนนลาดพร้าว 101, 122, 84 และ 80

ส่วนพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรีและฝั่งตะวันตก ได้แก่ ถนนเพชรเกษม บริเวณปากซอย 51 ซอย 63 ซอย 69 ซอย 88 ช่วงสถานี BTS บางหว้า และบริเวณไฟแดงหมู่บ้านเศรษฐกิจ รวมถึงถนนจรัญสนิทวงศ์ ถนนสิรินธร ถนนบรมราชชนนี ถนนบางแวก ถนนบางพรม ถนนสวนผัก ถนนชัยพฤกษ์ และถนนพุทธมณฑลสาย 1, 2 และ 3 ตลอดจนถนนสายอื่น ๆ อาทิ ถนนกาญจนาภิเษก ถนนศรีนครินทร์ ถนนศรีนครินทร์–ร่มเกล้า ถนนพัฒนาการ ถนนเทพรักษ์ และถนนสรงประภา

“การซ่อมแซมผิวจราจรทั้ง 112 จุดในครั้งนี้ เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า หรือการซ่อมแซมชั่วคราว เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้รถใช้ถนนได้อย่างสะดวกและปลอดภัยโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม ภายหลังดำเนินการซ่อมแซมเบื้องต้นแล้วเสร็จ สำนักการโยธาจะประเมินสภาพผิวจราจรในแต่ละจุดอีกครั้ง เพื่อพิจารณาว่ามีความจำเป็นต้องจัดทำโครงการปรับปรุงหรือซ่อมแซมผิวจราจรเพิ่มเติมหรือไม่ โดยจะพิจารณาตามสภาพความเสียหายและความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเกิดความมั่นคงแข็งแรงและมีประสิทธิภาพในระยะยาว” รองผู้ว่าฯ วิศณุ กล่าว