BANGKOK

กทม.ร่วมม.เกษตร-ภาคีเครือข่ายยกระดับ สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศขั้นสูง



กรุงเทพฯ-กรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อม ร่วมประชุมหารือร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และภาคีเครือข่าย เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศขั้นสูง (Superstation) มุ่งยกระดับการตรวจวิเคราะห์และแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 แบบเรียลไทม์ พร้อมเตรียมเปิดตัวศูนย์บัญชาการ (Command Center) ภายในปี 2570

(19 ต.ค. 69) นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นางสาววรนุช สวยค้าข้าว ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม นายทศพล สุภารี รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารสำนักสิ่งแวดล้อมและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมหารือความคืบหน้าการดำเนินงานสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศขั้นสูง (Superstation) ร่วมกับ รศ.ดร.สุรัตน์ บัวเลิศ คณบดีคณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และผู้แทนบริษัท Lihe Technology (Hunan) จำกัด ณ ห้องประชุม ชั้น 2 ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า และผ่านระบบออนไลน์

การประชุมในครั้งนี้เป็นการติดตามแนวทางการดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้ ความพร้อมรับมือฤดูฝุ่น เตรียมความพร้อมเครื่องมือและระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศขั้นสูงก่อนเข้าสู่ช่วงวิกฤตฝุ่นระบบเชื่อมโยงและแสดงผลข้อมูล วางระบบการเชื่อมต่อข้อมูล การแปลผลเชิงลึก และการสื่อสารสถานการณ์ฝุ่นละอองให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็วการตั้งศูนย์ Command Center เตรียมพร้อมสำหรับการเปิดตัวศูนย์บัญชาการสถานการณ์มลพิษทางอากาศอย่างเต็มรูปแบบในปี 2570

สำหรับ สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศขั้นสูง (Supersite Air Quality Monitoring Station) เป็นส่วนหนึ่งของ โครงการพัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจในสถานการณ์วิกฤติฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศ เพื่ออากาศสะอาดกรุงเทพมหานคร ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่าง 5 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (กทม.) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศจีน (Chinese Research Academy of Environmental Sciences: CRAES) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และบริษัท Lihe Technology (Hunan) จำกัด ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งเน้นการพัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support System: DSS) โดยนำข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูง เทคโนโลยีการวิเคราะห์ และการคาดการณ์มลพิษเชิงแม่นยำ มาใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการกำหนดนโยบายและสั่งการบริหารจัดการปัญหาฝุ่น PM2.5 ของกรุงเทพมหานครได้อย่างมีประสิทธิภาพ และแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น