ECON & BIZ
'พาณิชย์'ปลื้ม!ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์พุ่ง ยืนโลละ10บ. ชื่นชมช่วยกันดูแลตลาด
กรุงเทพฯ-เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชื่นชมเกษตรกร ผู้ประกอบการรับซื้อ สถาบันเกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกันดูแลตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการรักษาคุณภาพผลผลิต การรับซื้ออย่างเป็นธรรม ชะลอการนำเข้าและการเพิ่มช่องทางจำหน่าย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนให้สถานการณ์ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปรับตัวดีขึ้น พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกษตรกรได้รับประโยชน์จากการจำหน่ายผลผลิตอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพการผลิตในระยะยาว

จากข้อมูล ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2569 ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ความชื้น 14.5% ที่โรงงานอาหารสัตว์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รับซื้ออยู่ที่กิโลกรัมละ 10.00–10.60 บาท เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่อยู่ที่กิโลกรัมละ 9.80–10.00 บาท สะท้อนทิศทางราคาที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ยังแตกต่างกันตามพื้นที่ คุณภาพผลผลิต ระดับความชื้น ปริมาณผลผลิต และช่วงเวลาการเก็บเกี่ยว
กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินมาตรการดูแลตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการกำกับดูแลเงื่อนไขการรับซื้อให้เป็นไปตามคุณภาพและความชื้น เพื่อให้เกษตรกรได้รับราคาที่เป็นธรรม และไม่ให้กระทบต่อระบบวัตถุดิบอาหารสัตว์ โดยได้ออกประกาศกำหนดราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปีการผลิต 2568/69 ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ความชื้น 30% กิโลกรัมละ 7.05 บาท และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แห้ง ความชื้น 14.5% กิโลกรัมละ 9.80 บาท โดยปรับราคาตามพื้นที่ ระยะทาง ค่าขนส่ง และเกณฑ์หักลดน้ำหนักความชื้น เพื่อให้สอดคล้องและสามารถบริหารจัดการข้าวโพดทั้งระบบได้
ในด้านการกำกับการรับซื้อให้เป็นธรรม กรมการค้าภายในร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบการรับซื้อ ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ การแสดงราคารับซื้อที่ชัดเจน รวมทั้งตรวจความเที่ยงตรงของเครื่องชั่ง และเครื่องวัดความชื้น ป้องกันการเอาเปรียบเกษตรกร และดูแลให้การรับซื้อดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดชะงัก ทั้งนี้ ในช่วงเดือนสิงหาคม–กันยายน 2569 กรมการค้าภายในร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรวจสอบโรงงานอาหารสัตว์และผู้รวบรวมใน 21 จังหวัด มากกว่า 300 แห่ง พบการกระทำผิดเกี่ยวกับเครื่องวัดความชื้น 15 ราย และได้ดำเนินการตามกฎหมายแล้ว
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินมาตรการบริหารจัดการการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้สอดคล้องกับปริมาณผลผลิตภายในประเทศ โดยก่อนหน้านี้ได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในขอความร่วมมือผู้นำเข้าให้ชะลอการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นช่วงที่ผลผลิตในประเทศออกสู่ตลาดมาก เพื่อโรงงานอาหารสัตว์ใช้ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศก่อน ลดแรงกดดันต่อการรับซื้อ และดูแลผลประโยชน์ของเกษตรกรไทย
สำหรับปีการผลิต 2569/70 กระทรวงพาณิชย์เตรียมมาตรการรักษาเสถียรภาพตลาด 4 โครงการ วงเงินรวม 120.30 ล้านบาท ตั้งเป้าดูแลผลผลิต 400,000 ตัน ครอบคลุมการสนับสนุนสินเชื่อรวบรวมผลผลิต การรวบรวมและเพิ่มมูลค่าโดยสถาบันเกษตรกร การเพิ่มช่องทางตลาดและดูดซับผลผลิต ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพื่อช่วยบริหารจัดการผลผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ลดแรงกดดันด้านราคา และสร้างความเป็นธรรมให้แก่เกษตรกร
นางศุภจี กล่าวว่า ขอชื่นชมเกษตรกรที่ให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพผลผลิต โดยเฉพาะการควบคุมความชื้นให้เป็นไปตามมาตรฐานและการเก็บเกี่ยวอย่างเหมาะสม เพราะคุณภาพผลผลิตเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการจำหน่ายและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร พร้อมขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินหน้าวางยุทธศาสตร์เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การพัฒนาเมล็ดพันธุ์ การปรับปรุงกระบวนการเพาะปลูก การลดต้นทุน ไปจนถึงการเพิ่มผลผลิตต่อไร่และยกระดับคุณภาพให้ตรงกับความต้องการของตลาด
ทั้งนี้ การดูแลตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งการสร้างความเป็นธรรมในการรับซื้อ การเพิ่มช่องทางตลาด การบริหารจัดการผลผลิต และการพัฒนาคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่เหมาะสม และภาคการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทยเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในระยะยาว
