IN NEWS
1พ.ย.นี้โฆษณาออนไลน์ต้องยืนยันตัวตน สกัดมิจฉาชีพหลอกปชช.'No ID,No Ads.'
กรุงเทพฯ-รัฐบาลคุมเข้มโฆษณาออนไลน์ สกัดมิจฉาชีพหลอกลวงประชาชน เริ่ม 1 พ.ย. นี้ ผู้ลงโฆษณาต้องยืนยันตัวตนก่อนเผยแพร่ ย้ำร้านค้า-เอเจนซีเตรียมเอกสารให้พร้อม ทั้งนี้DE เดินหน้าขอความร่วมมือ Meta เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบผู้ลงโฆษณาบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย มุ่งลดช่องทางของมิจฉาชีพในการใช้โฆษณาหลอกลวงประชาชน No ID, No Ads. “Verify identities. Stop online scams.” ด้าน Meta ตอบรับพร้อมปฏิบัติตามประกาศฯ และร่วมมือกับภาครัฐสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ให้สามารถยืนยันตัวตนได้ตามกำหนด
วันนี้ (24 ตุลาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ายกระดับมาตรการป้องกันการหลอกลวงประชาชนผ่านโฆษณาบนสื่อสังคมออนไลน์ ภายใต้แนวทาง “No ID, No Ads” หรือไม่ยืนยันตัวตน ไม่สามารถลงโฆษณาได้ โดยกำหนดให้แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ที่อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ต้องพิสูจน์ตัวตนผู้กระทำการโฆษณาก่อนเผยแพร่โฆษณา ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อป้องกันมิจฉาชีพใช้ช่องทางโฆษณาเข้าถึงประชาชน และเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องเมื่อเกิดปัญหาการหลอกลวง
นางสาวลลิดากล่าวว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้การกำกับดูแลของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ประสานความร่วมมือกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเฉพาะ Meta เพื่อยกระดับการยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณา (Ads Payer Verification) ซึ่ง Meta ยืนยันความพร้อมในการปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำหรับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ ฉบับที่ 2 พร้อมร่วมกับกระทรวงดิจิทัลฯ และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) สื่อสารแนวทางปฏิบัติให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) สามารถเตรียมความพร้อมได้ทันกำหนด
สำหรับหลักเกณฑ์สำคัญ แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ที่เผยแพร่โฆษณาในประเทศไทยและได้รับค่าบริการ ต้องดำเนินการพิสูจน์ตัวตนผู้กระทำการโฆษณาตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยไม่ได้พิจารณาเฉพาะบุคคลที่เป็นผู้ชำระค่าโฆษณาเท่านั้น แต่รวมถึงผู้ที่มีบทบาทในการนำเสนอโฆษณาผ่านแพลตฟอร์มด้วย เพื่อให้สามารถระบุผู้เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่โฆษณาได้อย่างชัดเจน
นางสาวลลิดาอธิบายว่า กรณีผู้ประกอบการว่าจ้างบริษัทโฆษณาหรือเอเจนซีให้ดำเนินการเผยแพร่โฆษณาและชำระค่าบริการแทน บริษัทโฆษณาอาจเป็นผู้กระทำการโฆษณาและผู้ชำระค่าโฆษณาตามลักษณะการดำเนินงาน แต่หากเจ้าของร้านค้าเป็นผู้เผยแพร่โพสต์ของตนเอง แล้วว่าจ้างบุคคลอื่นให้ช่วยโปรโมตหรือบูสต์โพสต์ โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ชำระค่าโฆษณา กรณีดังกล่าวอาจมีผู้กระทำการโฆษณามากกว่าหนึ่งราย ได้แก่ เจ้าของโพสต์และผู้รับจ้างบูสต์โพสต์ จึงขอให้ผู้ประกอบการตรวจสอบบทบาทของตนเองและผู้รับจ้างให้ชัดเจน เพื่อดำเนินการยืนยันตัวตนตามข้อกำหนดของแพลตฟอร์มได้อย่างถูกต้อง
สำหรับผู้ลงโฆษณาที่เป็นนิติบุคคล แพลตฟอร์มสามารถพิสูจน์ตัวตนของผู้ดำเนินการแทนบริษัท พร้อมตรวจสอบเอกสารแสดงสถานะนิติบุคคลและหลักฐานการมอบอำนาจที่เกี่ยวข้อง ส่วนวิธีพิสูจน์ตัวตนสามารถดำเนินการผ่านการตรวจสอบหลักฐานที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐและความเชื่อมโยงกับเจ้าของหลักฐาน หรือผ่านผู้ให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนดิจิทัลที่มีระดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ำกว่า IAL2 ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยไม่จำเป็นว่าผู้ลงโฆษณาทุกรายจะต้องใช้วิธีสแกนใบหน้าแบบเดียวกันทั้งหมด
นอกจากนี้ หลักเกณฑ์กำหนดให้พิสูจน์ตัวตนก่อนการเผยแพร่โฆษณา แต่หากแพลตฟอร์มเคยพิสูจน์ตัวตนผู้กระทำการโฆษณาตามเงื่อนไขไว้แล้ว และการพิสูจน์ตัวตนครั้งล่าสุดยังไม่เกิน 1 ปี สามารถใช้ข้อยกเว้นตามที่ประกาศกำหนดได้ โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทุกครั้งที่ลงโฆษณา ทั้งนี้ ผู้ประกอบการควรตรวจสอบสถานะการยืนยันตัวตนของบัญชีโฆษณากับแพลตฟอร์มที่ใช้งานโดยตรง
นางสาวลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่า อีกมาตรการสำคัญคือการกำหนดให้แพลตฟอร์มจัดเก็บข้อมูลที่จำเป็นสำหรับระบุตัวผู้กระทำการโฆษณาตั้งแต่เริ่มเผยแพร่ และเก็บรักษาข้อมูลไม่น้อยกว่า 90 วันหลังสิ้นสุดการใช้บริการโฆษณา โดยเริ่มนับจากวันถัดจากวันสุดท้ายที่โฆษณาปรากฏบนแพลตฟอร์ม รวมถึงต้องจัดเก็บข้อมูลผู้ชำระค่าโฆษณาในกรณีที่เป็นบุคคลอื่น เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบและติดตามผู้เกี่ยวข้องเมื่อเกิดปัญหา
“รัฐบาลต้องการลดช่องว่างที่มิจฉาชีพใช้โฆษณาออนไลน์เป็นเครื่องมือหลอกลวงประชาชน การยืนยันตัวตนจะช่วยให้แพลตฟอร์มสามารถตรวจสอบและระบุผู้เกี่ยวข้องกับการโฆษณาได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การผ่านขั้นตอนยืนยันตัวตนไม่ได้หมายความว่าเนื้อหาโฆษณาหรือสินค้านั้นได้รับการรับรองจากภาครัฐ ประชาชนยังต้องตรวจสอบข้อมูลผู้ขายและข้อเสนออย่างรอบคอบ โดยเฉพาะโฆษณาที่ชักชวนให้โอนเงินหรือให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติ” นางสาวลลิดากล่าว
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า ขอให้ผู้ประกอบการ ร้านค้าออนไลน์ และบริษัทโฆษณาเร่งตรวจสอบสถานะบัญชีโฆษณา เตรียมเอกสารยืนยันตัวตน หนังสือมอบอำนาจ และหลักฐานนิติบุคคลตามที่แพลตฟอร์มกำหนด ผ่านช่องทางทางการของผู้ให้บริการ เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจและเผยแพร่โฆษณาได้อย่างต่อเนื่องหลังวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 พร้อมติดตามรายละเอียดและคำแนะนำจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ ETDA โดยรัฐบาลมุ่งยกระดับความปลอดภัยของระบบโฆษณาออนไลน์ ควบคู่กับการคุ้มครองประชาชนและสร้างความเชื่อมั่นให้เศรษฐกิจดิจิทัลไทย
DE ผนึก Meta ยกระดับยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาออนไลน์ เตรียมใช้ No ID, No Ads ต้น พ.ย. นี้ ยันไม่ทิ้ง SME

ด้านกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) โดยนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) เดินหน้าขอความร่วมมือจาก Meta ยกระดับการยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณา (Ads Payer Verification) บนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อสกัดกั้นมิจฉาชีพที่ใช้โฆษณาออนไลน์หลอกลวงประชาชนและเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้งาน
ด้าน Meta ยืนยันความพร้อมในการปฏิบัติตาม ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ 2) ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้นพฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป โดยกำหนดให้แพลตฟอร์มตรวจสอบและยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาก่อนเผยแพร่โฆษณา ผ่านการตรวจสอบเอกสารร่วมกับการเปรียบเทียบใบหน้าหรือระบบยืนยันตัวตนดิจิทัลที่มีความน่าเชื่อถือสูง พร้อมจัดเก็บข้อมูลผู้ลงโฆษณาอย่างน้อย 90 วันหลังโฆษณาสิ้นสุด
ทั้งนี้ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงความคืบหน้าของการยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาบนแพลตฟอร์ม โดย Meta ได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ลงโฆษณาที่ประสงค์จะลงโฆษณาในประเทศไทยดำเนินการยืนยันตัวตนบนแพลตฟอร์มให้แล้วเสร็จภายในต้นเดือนพฤศจิกายน 2569
นอกจากนี้ Meta พร้อมทำงานร่วมกับกระทรวง DE และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เพื่อสื่อสารและเตรียมความพร้อมให้ผู้ลงโฆษณา โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ให้สามารถยืนยันตัวตนได้ทันกำหนด และดำเนินธุรกิจบนแพลตฟอร์มดิจิทัลได้อย่างต่อเนื่อง
การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและแพลตฟอร์มดิจิทัลในการยกระดับความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ โดยมุ่งลดโอกาสที่มิจฉาชีพจะใช้โฆษณาเป็นช่องทางเข้าถึงประชาชน ควบคู่ไปกับการสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม พร้อมสนับสนุนให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างมั่นใจ
สาระสำคัญ
● DE เป็นผู้ผลักดัน: ขอความร่วมมือจาก Meta เพื่อเพิ่มมาตรการป้องกันมิจฉาชีพที่ใช้โฆษณาออนไลน์หลอกลวงประชาชน
● Meta ตอบรับ: ยืนยันการปฏิบัติตามประกาศฯ และร่วมมือกับ DE และ ETDA
● มีมาตรการที่ชัดเจน: ยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาก่อนเผยแพร่โฆษณา และเก็บข้อมูลอย่างน้อย 90 วันหลังโฆษณาสิ้นสุด
● ไม่ทิ้ง SME: ร่วมสนับสนุนการสื่อสารและเตรียมความพร้อม เพื่อให้ผู้ประกอบการยืนยันตัวตนได้ทันกำหนด
