IN NEWS

ZDT Groupพบนายกฯจ่อเพิ่มลงทุนPCB ชูไทยมี4จุดแข็งฐานอิเลกทรอนิกส์ชั้นสูง



กรุงเทพฯ-ตอกย้ำไทยในฐานะ ห่วงโซ่ผลิตอุตสาหกรรมสมัยใหม่ของโลก (world supply chain ) ผู้บริหาร Bank of America สาขาประเทศไทย นำผู้บริหารกลุ่มบริษัท Zhen Ding Technology Group (ZDT Group) หารือแผนการลงทุนในประเทศไทย สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของไทยในการเป็นฐานการผลิตแผ่นวงจรพิมพ์ (Printed Circuit Board: PCB) สำหรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงและเทคโนโลยี AI

วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม 2569) เวลา 09.00 น. ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นางสาวอรกัญญา พิบูลธรรม กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารแห่งอเมริกา (Bank of America) สาขาประเทศไทย พร้อมด้วยนาย Darren Hsiao ประธานบริษัท เพ็ง เชิน เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด และนาย Charles Shen ประธานกลุ่มบริษัท Zhen Ding Technology Group (ZDT Group) เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ในการหารือ บริษัท ZDT Group แสดงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศไทยและชี้แจงความมั่นใจ 4 ประการที่เลือกไทยเป็นฐานการลงทุน ได้แก่ ประสิทธิภาพของภาครัฐ (Government Efficiency) โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และบุคลากรที่มีศักยภาพ (Excellence Talent) โดยเห็นว่าไทยมีความพร้อมทั้งด้านสาธารณูปโภค ระบบการผลิต โลจิสติกส์ และประสบการณ์ในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงได้

นอกจากนี้ ยังเห็นว่าการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีและการย้ายฐานการลงทุนในช่วงเวลานี้เป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะเพิ่มบทบาทในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยี AI ของโลก  พร้อมแสดงความตั้งใจที่จะพัฒนาบุคลากรไทยให้มีทักษะและความเชี่ยวชาญสูงขึ้น โดยถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ เพื่อให้บุคลากรไทยสามารถเข้ามามีบทบาทสำคัญในการผลิต การบริหารจัดการ และการพัฒนาอุตสาหกรรมในอนาคต  โดยแผนขยายการลงทุนในประเทศไทย อยู่ระหว่างกระบวนการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI

นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการส่งเสริมการลงทุนและการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ โดยมุ่งให้หน่วยงานภาครัฐประสานการทำงานอย่างใกล้ชิดกับนักลงทุน เพื่อพิจารณาปัญหาและข้อจำกัดที่เกิดขึ้นจริง รวมถึงหาแนวทางแก้ไขภายใต้กรอบกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การลงทุนสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาทักษะบุคลากรไทยและการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่อุตสาหกรรมไทย