ECON & BIZ
'ศุภมาส'เดินหน้าคุ้มครองผู้บริโภคผนึก กทม.กระจายบริการใกล้บ้านด้วยดิจิทัล
กรุงเทพฯ-วันนี้ (29 ตุลาคม 2569) เวลา 10.00 น. ณ อาคารรัฐสภา นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เข้าร่วมประชุมตามคำเชิญของคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีนายอรรถพล ไตรศรี เป็นประธาน เพื่อหารือแนวทางบูรณาการความร่วมมือระหว่าง สคบ. กับ กทม. ในการกระจายภารกิจด้านการคุ้มครองผู้บริโภคสู่ระดับพื้นที่ ให้ประชาชนเข้าถึงความช่วยเหลือได้ใกล้บ้าน ลดภาระการเดินทางและขั้นตอนการติดต่อหลายหน่วยงาน
ในการนี้ นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และผู้แทนกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมประชุมด้วย
นางสาวศุภมาสกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้บริโภคเป็นเรื่องเร่งด่วน โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยต่อประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากการซื้อสินค้าหรือบริการ และมุ่งให้ประชาชนได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ที่ผ่านมา รัฐบาลได้เดินหน้าปรับปรุงและผลักดันการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ เพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้บริโภคและยกระดับกลไกการคุ้มครองให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
“การคุ้มครองผู้บริโภคในปัจจุบันต้องดำเนินการให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งการพัฒนากฎหมาย การป้องกันการถูกเอารัดเอาเปรียบ การรับเรื่องร้องทุกข์ การช่วยเหลือผู้เสียหาย และการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ การหารือร่วมกับ กทม. ในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งมิติที่รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อน เพื่อให้การคุ้มครองสิทธิไม่หยุดอยู่เพียงในระดับนโยบาย แต่ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการและได้รับความช่วยเหลือได้จริงในชีวิตประจำวัน” นางสาวศุภมาสกล่าว
นางสาวศุภมาสกล่าวเพิ่มเติมว่า การกระจายภารกิจด้านการคุ้มครองผู้บริโภคให้แก่หน่วยงานท้องถิ่น โดยเฉพาะ กทม. จะช่วยเพิ่มช่องทางการให้บริการแก่ประชาชน เนื่องจาก กทม. มีสำนักงานเขตและเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้ชิดประชาชน สามารถช่วยรับเรื่องร้องทุกข์ ให้คำปรึกษา และประสานการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้ ช่วยลดภาระการเดินทาง ลดขั้นตอนการติดต่อหน่วยงาน และทำให้ประชาชนเข้าถึงความช่วยเหลือได้สะดวกยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม สคบ. พร้อมสนับสนุนการทำงานของท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านองค์ความรู้ทางกฎหมาย แนวทางปฏิบัติงาน การพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ และการใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการทำงานร่วมกัน หากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ยังมีข้อสงสัยหรือต้องการความรู้เพิ่มเติม สคบ. พร้อมให้คำแนะนำและถ่ายทอดประสบการณ์ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างถูกต้องตามอำนาจหน้าที่และมีมาตรฐานเดียวกัน
นอกจากนี้ สคบ. ได้นำ “ระบบต้นแบบระบบร้องทุกข์ผู้บริโภคกรุงเทพมหานคร” มาเป็นเครื่องมือสนับสนุนการบูรณาการทำงาน โดยมุ่งพัฒนาการรับเรื่อง การประสานงานระหว่างหน่วยงาน และการติดตามความคืบหน้าของเรื่องร้องเรียนให้เป็นระบบ โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อช่วยลดความล่าช้าและป้องกันปัญหาเรื่องร้องทุกข์ตกหล่น พร้อมเปิดโอกาสให้ กทม. สามารถเรียนรู้และพัฒนากระบวนการทำงานร่วมกับ สคบ. อย่างต่อเนื่อง
“เป้าหมายของเราคือ เมื่อประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการซื้อสินค้าหรือบริการ ต้องมีช่องทางขอความช่วยเหลือที่เข้าถึงง่าย และสามารถติดตามความคืบหน้าได้ ไม่ว่าจะติดต่อผ่าน สคบ. หรือหน่วยงานในพื้นที่ ทุกช่องทางต้องเชื่อมโยงกันได้ การกระจายอำนาจจึงไม่ใช่การผลักภาระให้ท้องถิ่น แต่เป็นการเพิ่มศักยภาพการให้บริการ โดยมี สคบ. คอยสนับสนุนด้านกฎหมาย ระบบงาน และองค์ความรู้ เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและเป็นธรรม” นางสาวศุภมาสกล่าว
นางสาวศุภมาสย้ำว่า รัฐบาลจะเดินหน้าพัฒนากลไกการคุ้มครองผู้บริโภคควบคู่กันทั้งด้านกฎหมายและการให้บริการ โดยมุ่งให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิของตนเองได้ง่ายขึ้น มีหน่วยงานที่พึ่งพาได้เมื่อเกิดปัญหา และได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การคุ้มครองผู้บริโภคเกิดผลเป็นรูปธรรมและครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม
ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการซื้อสินค้าหรือบริการ สามารถร้องเรียนและขอคำปรึกษาได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ www.ocpb.go.th หรือ สคบ. จังหวัดทั่วประเทศ โดยควรเก็บหลักฐานการซื้อขายและเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้ เพื่อประกอบการตรวจสอบและประสานความช่วยเหลือ
