OPINION

นักวิชาการหนุนกขค.-สคบ.-ETDAปลดล็อก‘ผูกขาดบริษัทขนส่ง’สร้างความเป็นธรรม‘อีคอมเมิร์ซ’



นักวิชาการธรรมศาสตร์ ชี้ เป็นหมุดหมายดี “กขค. - สคบ. - ETDA” ดันออกประกาศปลดล็อกผูกขาดบริษัทขนส่งใน “ธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล” เปิดให้เกิดการแข่งขันตามกลไก ไม่ให้ผู้ประกอบธุรกิจรายใดถูกสกัดออกจากตลาดเพราะความไม่เป็นธรรม รวมถึงช่วยให้ผู้ขายสินค้าในแพลตฟอร์มมีทางเลือกที่คุ้มค่า ไม่ต้องแบกต้นทุนค่าส่งพัสดุเกินความจำเป็น

ผศ. ดร.วรรณวิภางค์ มานะโชติพงษ์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า การผลักดัน (ร่าง) ประกาศแนวทางพิจารณาพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมในธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล (E-Commerce) ที่ดำเนินการโดยสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) โดยจะมีผลบังคับใช้ในระยะเวลาอันใกล้นี้ ถือเป็นหมุดหมายที่ดีสำหรับวงการอีคอมเมิร์ซ เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้จะทำให้เกิดความชัดเจนในพฤติกรรมหรือการกระทำที่ขัดต่อ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะที่มีขนาดเล็กและผู้ประกอบการรายใหม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ต้องออกไปจากตลาดเพราะถูกขัดขวางการแข่งขันตามกลไกตลาดที่ไม่เป็นธรรม

ผศ. ดร.วรรณวิภางค์ กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่ากรอบการกำกับควบคุมธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลตามประกาศฯ มีความสมเหตุสมผล เช่น การห้ามแพลตฟอร์มออกแบบระบบที่บังคับให้ผู้ขายหรือผู้ซื้อใช้ผู้ให้บริการขนส่งรายเดียว หรือการตรวจสอบการตั้งราคาต่ำผิดปกติเพื่อกีดกันคู่แข่งรายเล็ก รวมถึงบทลงโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10% ของรายได้ในปีที่กระทำความผิดนั้น ก็นับเป็นตัวเลขที่สูงมากพอที่จะกำกับไม่ให้ธุรกิจมีการกระทำความผิดได้ แต่ก็ต้องระวังว่าอาจมีกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจไม่เข้าใจกฎระเบียบอย่างครบถ้วนแล้วกระทำผิดจนถูกปรับในอัตราที่สูงจนต้องออกจากตลาดไป ซึ่งคิดว่าในทางปฏิบัติ กขค. มีการพิจารณาถึงระดับความรุนแรงของการกระทำความผิด และพิจารณาโทษปรับให้ได้สัดส่วน ภายใต้กรอบที่ตั้งไว้คือไม่เกิน 10% ของรายได้รายปีในปีนั้นอยู่แล้ว

ผศ. ดร.วรรณวิภางค์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ โดยเฉพาะการที่แพลตฟอร์มต้องเปิดทางให้มีการแข่งขันด้านบริการโลจิสติกส์อย่างอิสระ ผู้ขายในแพลตฟอร์มดิจิทัลก็จะมีสิทธิเลือกผู้ให้บริการขนส่งที่จะเหมาะสมที่สุด ให้กลไกตลาดเป็นตัวกำหนดผู้ให้บริการขนส่ง ซึ่งจะเกิดความยืดหยุ่น ประหยัด และเกิดประโยชน์กับทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค

นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวด้วยว่า แม้ประกาศฉบับนี้จะดูเหมือนส่งผลกระทบต่อธุรกิจรายใหญ่มากกว่ารายเล็ก แต่โดยตัวกฎหมายจะมุ่งไปที่พฤติกรรมที่ทำให้เกิดการความไม่เป็นธรรม เช่น การคัดเลือกผู้ร่วมธุรกิจที่ไม่เป็นธรรมกับผู้ร่วมธุรกิจรายอื่นๆ หรือแม้แต่เลือกผู้ร่วมธุรกิจที่อาจจะมีความสัมพันธ์อันดี หรือใกล้ชิดกัน เพื่อร่วมมือกันขัดขวางผู้ให้บริการรายอื่น จนกระทบหรือขัดขวางการแข่งขันตามกลไกตลาด ฯลฯ ดังนั้นจึงไม่ใช่การมุ่งเป้าไปที่ธุรกิจรายใหญ่หรือรายเล็กโดยเฉพาะ เพราะหากมีธุรกิจในระดับเดียวกันที่มีพฤติกรรมทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมขึ้น กฎหมายก็จะคุ้มครองธุรกิจในระดับเดียวกันที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมด้วย

ทั้งนี้ อยากให้ผู้ประกอบธุรกิจเข้าใจด้วยว่าการกระทำที่ผิดกฎหมายภายใต้ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้าฯ ไม่ใช่แค่การกระทำที่ระบุไว้ในประกาศฉบับใหม่ที่กำลังจะออกมา เพราะการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมายมีความเป็นไปได้เยอะมากจนไม่สามารถกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรมาได้หมด โดยตัวประกาศที่เพิ่มเติมขึ้นมาเป็นเพียงตัวอย่างที่ทำให้เห็นภาพได้ชัดขึ้นเท่านั้น จึงอยากให้มีการศึกษาตัว พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้าฯ อย่างละเอียดควบคู่ไปด้วย