BANGKOK
สนศ.ชี้แจงกรณีชะลอบรรจุว่าที่ครูกทม. ย้ำตรวจสอบคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์
กรุงเทพฯ-นางสาวพิศมัย เรืองศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา (สนศ.) กทม. กล่าวกรณีมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการชะลอการบรรจุแต่งตั้งครู กทม. จำนวน 3 ราย เนื่องจากคุณสมบัติวิชาเอกไม่ตรงตามสาขาที่เปิด รับสมัคร ทั้งที่ผ่านกระบวนการสอบแข่งขันและเตรียมรายงานตัวเข้ารับราชการแล้วว่า การประกาศรับสมัครสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กทม. ตำแหน่งครูผู้ช่วย ครั้งที่ 1/2568 ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครสอบไว้ในข้อ 2.2.1 ว่า ผู้สมัครต้องมีคุณวุฒิตรงตามที่กำหนดไว้ในคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง โดยต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางการศึกษา หรือปริญญาตรีทางอื่นที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) รับรอง และกำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งครูผู้ช่วย ตรงตามกลุ่มวิชา ทาง หรือสาขาวิชาเอกที่เปิดรับสมัครตามรายละเอียดแนบท้ายประกาศ ทั้งนี้ คุณวุฒิดังกล่าวต้องได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจภายในวันรับสมัครสอบแข่งขันวันสุดท้าย คือ วันที่ 22 ต.ค. 68
กรณีที่ผู้สมัครสอบนำหลักฐานการศึกษาที่ไม่ได้ระบุสาขาวิชา โปรแกรมวิชา แขนงวิชา หรือวิชาเอกไว้ชัดเจนมาใช้สมัครสอบแข่งขันฯ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.6/ว 13 ลงวันที่ 24 พ.ค. 64 เรื่อง แนวปฏิบัติการนับหน่วยกิต และหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ด่วนที่สุด ที่ ศธ 0206.6/316 ลงวันที่ 28 พ.ค. 64 โดยกำหนดให้ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี หลักสูตร 4 ปี หรือ 5 ปี ให้นับหน่วยกิตในรายวิชานั้น ๆ ไม่น้อยกว่า 30 หน่วยกิต ส่วนผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหลักสูตรต่อเนื่อง 2 ปี ให้นับหน่วยกิตในรายวิชานั้น ๆ ไม่น้อยกว่า 20 หน่วยกิต และในระดับอนุปริญญา หรือเทียบเท่าไม่เกิน 10 หน่วยกิต รวมแล้วไม่น้อยกว่า 30 หน่วยกิต ทั้งนี้ การพิจารณานับหน่วยกิตของผู้ดำเนินการสอบแข่งขัน หรือคัดเลือกผลเป็นประการใดให้ถือผลเป็นที่สุด
สำหรับกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครสอบแข่งขัน เป็นเพียงการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น โดยพิจารณาจากใบสมัครและเอกสารที่ผู้สมัครสอบรับรองตนเองว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติตามประกาศและตามเงื่อนไขการสมัครสอบ รวมถึงที่นำมายื่นในวันสอบสัมภาษณ์ จากการตรวจสอบเบื้องต้น ผู้สมัครทั้ง 3 ราย ได้ยื่นเอกสารครบถ้วนตามประกาศรับสมัครสอบ และมหาวิทยาลัยได้ออกหนังสือรับรองว่าได้ศึกษารายวิชาเกี่ยวกับกลุ่มวิชาแนะแนวมากกว่า 30 หน่วยกิต จึงได้ประกาศเป็นผู้ผ่านเกณฑ์การสอบแข่งขัน ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร ลงวันที่ 7 เม.ย. 69 อย่างไรก็ตาม ในขั้นตอนการบรรจุและแต่งตั้งบุคคลภายนอกเข้าสู่ระบบราชการจะต้องตรวจสอบเอกสารหลักฐานโดยละเอียดอีกครั้ง เพื่อความถูกต้องครบถ้วน ซึ่งปรากฎหนังสือ หนังสือรับรองรายวิชาที่มหาวิทยาลัยออกให้แก่ผู้สมัครทั้ง 3 ราย แม้จะระบุว่าศึกษารายวิชาเกี่ยวกับวิชาแนะแนวมากกว่า 30 หน่วยกิต แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียดรายวิชา พบว่าส่วนใหญ่เป็นวิชาด้านการศึกษาที่ผู้เรียนครุศาสตร์ หรือศึกษาศาสตร์ทุกคนต้องเรียน มิใช่วิชาแกนกลาง หรือวิชาเฉพาะในกลุ่มวิชาแนะแนว สนศ. จึงจำเป็นต้องหารือประเด็นที่ต้องตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปตามหลักเกณฑ์อย่างถูกต้อง จึงได้ชะลอการบรรจุและแต่งตั้งไว้ก่อน ขณะที่ในประกาศผลการสอบแข่งขันฯ ได้ระบุไว้ชัดเจนว่า หากภายหลังตรวจสอบพบว่าผู้สอบแข่งขันรายใดมีคุณสมบัติไม่ตรงตามประกาศรับสมัครสอบฯ หรือยื่นเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จ จะถือว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติมาตั้งแต่ต้น
ทั้งนี้ กระบวนการสรรหาข้าราชการครูฯ เพื่อบรรจุและแต่งตั้งทดแทนอัตราว่างให้เพียงพอ และตรวจกับความต้องการของสถานศึกษา มีกรอบระยะเวลาดำเนินการค่อนข้างกระชั้นชิด เนื่องจากต้องการให้สามารถบรรจุและแต่งตั้งได้ทันก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 และแม้จะมีผู้สมัครจำนวนมาก แต่ในทุกขั้นตอนของกระบวนการสอบแข่งขันมีการตรวจสอบอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันความผิดพลาด และมีการตรวจสอบซ้ำอีกครั้งในขั้นตอนการบรรจุและแต่งตั้ง จนพบว่าผู้สมัครยื่นหนังสือรับรองหน่วยกิตที่รายวิชาไม่สอดคล้องกับกลุ่มวิชาแนะแนว อย่างไรก็ตาม สนศ. ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้สมัครทั้ง 3 ราย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส และมีมาตรฐานการดำเนินงานที่ชัดเจน พร้อมทั้งได้อธิบายเหตุผลและแนวทางการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นให้ผู้สมัครทั้ง 3 ราย รับทราบแล้ว
