BANGKOK
สนน.แจงโครงการอุโมงค์ระบายน้ำฝั่งตอ. ใช้งบสูงเป็นโครงสร้างใต้ดินขนาดใหญ่
กรุงเทพฯ-นายเจษฎา จันทรประภา ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ (สนน.) กทม. กล่าวกรณีสื่อสังคมออนไลน์ตั้งข้อสังเกตโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำส่วนต่อขยายจากบึงหนองบอนถึงคลองประเวศบุรีรมย์และคลองสี่ ใช้งบประมาณจำนวนมาก นั้น โครงการดังกล่าวเป็นการก่อสร้างโครงสร้างใต้ดินขนาดใหญ่และมีความซับซ้อนทางวิศวกรรมสูง โดยการก่อสร้างตามแนวอุโมงค์และอาคารรับน้ำหลายแห่งอยู่ในพื้นที่สาธารณะ ประกอบกับการขุดเจาะอุโมงค์ระบายน้ำขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5.70 เมตร ที่ระดับความลึกประมาณ 30 เมตร จากระดับผิวดิน ซึ่งระหว่างการก่อสร้างอาจเกิดปัญหาอุปสรรคที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ (Unforeseen) ส่งผลต่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรอบพื้นที่ก่อสร้าง จึงมีความจำเป็นต้องใช้เทคนิคทางด้านวิศวกรรมที่มีความซับซ้อน รวมถึงมีมาตรการตรวจสอบความปลอดภัยในทุกขั้นตอน ส่งผลให้งบประมาณการก่อสร้างสูงขึ้นตามไปด้วย โดย สนน. ได้ประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของโครงการ พบว่า มีอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ (EIRR) อยู่ที่ร้อยละ 8.38 สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ร้อยละ 7.0 ตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กำหนด มีอัตราส่วนผลประโยชน์ต่อค่าลงทุน (B/C Ratio) อยู่ที่ 1.14 และมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) จำนวน 2,598 ล้านบาท ทั้งนี้ โครงการฯ จะช่วยลดมูลค่าความเสียหายจากอุทกภัยต่อทรัพย์สิน บ้านเรือนประชาชน และด้านการเกษตรได้ประมาณ 2,118 ล้านบาท/ปี อีกทั้งยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ลดปัญหาการจราจรติดขัด ลดการสูญเสียรายได้ และลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลจากโรคที่มากับน้ำท่วมในระยะยาว
นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วม “โครงการจัดทำข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact)” ประจำปี พ.ศ. 2569 ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 โดยคณะอนุกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต (ค.ป.ท.) พร้อมมอบหมายให้องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) คัดเลือกผู้สังเกตการณ์เข้าร่วมติดตามทุกขั้นตอน ตั้งแต่การกำหนดขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง จนถึงสิ้นสุดโครงการ เพื่อสร้างความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการดำเนินโครงการฯ
สำหรับโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำส่วนต่อขยายจากบึงหนองบอนถึงคลองประเวศบุรีรมย์และคลองสี่ ถือเป็น “ทางด่วนน้ำใต้ดิน” ที่มีบทบาทสำคัญในการรับน้ำส่วนเกินจากคลองประเวศบุรีรมย์ ครอบคลุมพื้นที่เขตลาดกระบัง เขตสะพานสูง และบางส่วนของเขตประเวศ รวมถึงพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังเป็นประจำเมื่อเกิดฝนตกหนัก ผ่านอาคารรับน้ำจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ อาคารรับน้ำบริเวณประตูระบายน้ำลาดกระบัง ขนาด 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วินาที) อาคารรับน้ำบริเวณคลองตาพุก ขนาด 60 ลบ.ม./วินาที และอาคารรับน้ำคลองปลัดเปรียง ขนาด 15 ลบ.ม./วินาที พร้อมก่อสร้างสถานีสูบน้ำขนาด 60 ลบ.ม./วินาที บริเวณบึงหนองบอน เพื่อสูบระบายน้ำผ่านอุโมงค์ลงสู่บึงหนองบอน ซึ่งทำหน้าที่เป็นแก้มลิงรองรับน้ำได้ถึง 4,000,000 ลบ.ม. ก่อนระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาโดยตรง ซึ่งจะช่วยลดระดับน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์ได้รวดเร็วขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ได้ดียิ่งขึ้น
