BANGKOK

กทม.เตรียมมาตรการป้องกันควบคุมโรค ติดเชื้อไวรัส RSVในพื้นที่กรุงเทพฯ



กรุงเทพฯ-นางดวงพร  ปิณจีเสคิกุล ผู้อำนวยการสำนักอนามัย (สนอ.) กทม. กล่าวถึงสถานการณ์และแนวโน้มการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส RSV ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปี 2569 รวมถึงการเตรียมความพร้อมทางการแพทย์และสาธารณสุขของ กทม. ว่า จากระบบรายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา ปี 2569 มีจำนวนผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัส RSV ในกรุงเทพฯ จำนวน 914 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตั้งแต่ 1 ม.ค. - 11 ส.ค. 69) สำหรับเชื้อ RSV เป็นสาเหตุหลักของการเกิดปอดอักเสบรุนแรงในเด็กและผู้สูงอายุ จากลักษณะทางระบาดวิทยา มักพบในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว เป็นช่วงเดียวกับฤดูกาลระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งอาการและการติดต่อของโรคมีความคล้ายกัน จึงคาดว่าจะเริ่มมีรายงานผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนปัจจัยที่ทำให้แพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากเชื้อไวรัสจะมีชีวิตอยู่ภายนอกร่างกายได้เป็นเวลานานหลายชั่วโมง โดยอาศัยอยู่ตามวัตถุต่าง ๆ และเชื้อแพร่กระจายผ่านน้ำมูก น้ำลาย การไอ หรือจาม เช่นเดียวกับโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจอื่น ๆ อาการของโรคเริ่มต้นคล้ายไข้หวัดธรรมดา คือ มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก เจ็บคอ แต่หากพบอาการหายใจเร็ว หอบเหนื่อย หรือหายใจมีเสียงหวีด (Wheezing) หายใจลำบาก หน้าอกบุ๋ม ซึมลง รับประทานอาหารได้น้อยลง และในเด็กไม่เล่น ไม่ดูดนม ควรรีบพาผู้ป่วยพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อรับการรักษาอย่างทันท่วงที

สำหรับมาตรการเตรียมความพร้อม สนอ. ได้ให้ความรู้กับประชาชน ผู้ปกครองกลุ่มเด็กเล็ก และผู้สูงอายุ โดยเฝ้าระวังและใช้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคเช่นเดียวกับไข้หวัดใหญ่และโควิด 19 สร้างความตระหนักรู้ มีแนวทางการป้องกันสำหรับประชาชนทั่วไป ได้แก่ ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือ เลี่ยงการนำมือที่ไม่สะอาดมาสัมผัสจมูก ปาก หรือตา ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ ช้อน ส้อม หมั่นเช็ดถูทำความสะอาดของเล่นเด็กเป็นประจำ โดยเฉพาะหลังพบเด็กป่วย เลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ สำหรับคำแนะนำสำหรับผู้ป่วย ขอให้หยุดพักรักษาตัวที่บ้าน และสวมหน้ากากอนามัย หมั่นทำความสะอาดบ้าน ดื่มน้ำมาก ๆ เนื่องจากน้ำจะช่วยทำให้สารคัดหลั่งไม่เหนียวจนเกินไป

นายเกรียงไกร ตั้งจิตรมณีศักดา ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ (สนพ.) กทม. กล่าวว่า สนพ. ได้เตรียมความพร้อมในการวินิจฉัยและให้การรักษาที่ถูกต้องตามแนวทางการรักษาของโรค จัดการสำรองยาให้เพียงพอต่อการรักษาผู้ป่วย เตรียมวัคซีนป้องกันควบคุมโรคตามฤดูกาล ได้แก่ โรคโควิด 19 โรคหัด โรคไข้หวัดใหญ่ และโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันจากเชื้อไวรัสให้ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไวรัส RSV ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเฉพาะการรักษาตามอาการ เนื่องจากไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะ ทั้งกินและฉีด ไม่มีวัคซีน การรักษา คือ พ่นยา ดูดเสมหะ ให้ออกซิเจน ให้สารน้ำยาลดไข้ พร้อมจัดเตรียมเวชภัณฑ์สำหรับการป้องกันและรักษาโรค ตั้งจุดคัดกรองด้านหน้าทางเข้าโรงพยาบาล ตรวจวัดอุณหภูมิ เจลล้างมือให้กับประชาขนที่มารับบริการที่โรงพยาบาล

ขณะเดียวกัน ยังได้กำหนดมาตรการป้องกันและควบคุมโรคภายในโรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่ง การรักษาและวินิจฉัยโรคโดยเฉพาะผู้ป่วยในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคปอด โรคหัวใจ หรือผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังโรคปอดอักเสบเป็นพิเศษ พร้อมจัดทำแนวทางการดำเนินงานควบคุมและรักษาโรคไวรัส RSV เพื่อป้องกันการระบาดของโรคดังกล่าว โดยให้โรงพยาบาลในสังกัด ให้บริการเชิงรุกในการให้ความรู้แก่ประชาชนที่มารับบริการและประชาชนในพื้นที่โดยรอบโรงพยาบาล นอกจากนี้ สนพ. ได้เน้นย้ำการสื่อสารสาธารณะเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ และส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยส่วนบุคคลผ่านช่องทางสื่อสารต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ สนพ. มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการดูแลสุขภาพของประชาชนทุกคน และขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามมาตรการสุขอนามัย เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ RSV และโรคติดเชื้อทางเดินหายใจตลอดช่วงฤดูฝนนี้ ประชาชนที่มีความเสี่ยงสามารถพบแพทย์ผ่านทาง Telemedicine แอปพลิเคชัน “หมอ กทม.” เพื่อตรวจวินิจฉัยอาการได้อย่างรวดเร็ว ปรึกษาเรื่องสุขภาพ โทร. HOTLINE 1646 สายด่วนสุขภาพ สนพ. ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง