ECON & BIZ

ผนึกทีมไทยแลนด์เร่งเครื่องFTAไทย-อียู หาจุดลงตัวมาตรการSPSสินค้าเกษตร



กรุงเทพฯ-“วีระพงษ์” ผู้แทนการค้าไทย ผนึกกำลังทีมไทยแลนด์ เร่งเครื่อง FTA ไทย-อียู หาจุดลงตัวมาตรการ SPS ปลดล็อกสินค้าเกษตร

นายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา ตนได้เป็นประธานการประชุมกลุ่มย่อย (Cluster) ของสินค้าเกษตรเพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นคงค้างสำคัญภายใต้บทมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (Sanitary and Phytosanitary Measures: SPS) ณ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมปศุสัตว์ และกรมวิชาการเกษตร นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ "ทีมไทยแลนด์" ในการกำหนดท่าทีและข้อเสนอของไทย เพื่อเร่งรัดการเจรจาบท SPS ให้บรรลุผล รวมไปถึงการวางรากฐานความเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน และเสริมสร้างหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระยะยาวระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปภายใต้การเจรจา FTA ไทย-อียู

นายวีระพงษ์ กล่าวว่า ประเด็นด้านการเกษตรและมาตรการ SPS ถือเป็นหัวใจสำคัญของความคืบหน้าการเจรจา FTA ไทย-อียู โดยฝ่ายอียูให้ความสำคัญกับการเปิดตลาดสินค้าเกษตรและปศุสัตว์ของทั้งสองฝ่าย ควบคู่ไปกับการจัดทำมาตรการ SPS ที่โปร่งใส น่าเชื่อถือ และอำนวยความสะดวกทางการค้าบนพื้นฐานหลักวิทยาศาสตร์และความปลอดภัยด้านอาหาร

ในการนี้ ตนได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งพิจารณาการนำเข้าสินค้าเกษตรและปศุสัตว์จากประเทศสมาชิกอียูภายใต้หลักวิทยาศาสตร์และมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารของไทย พร้อมทั้งจัดตั้งช่องทางสื่อสารระหว่างหน่วยงานภาครัฐไทย-อียูอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความโปร่งใสในการติดตามความคืบหน้าร่วมกัน

นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศประสานงานกับ มกอช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งจัดทำข้อเสนอบท SPS ที่เป็นจุดสมดุล (Landing Zone) และเกิดประโยชน์ร่วมกัน เพื่อเสนอต่อคณะทำงานขับเคลื่อนการเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรป ซึ่งมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน ควบคู่กับประเด็นคงค้างอื่น ๆ ได้แก่ สินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรม การค้าดิจิทัล ทรัพย์สินทางปัญญา และการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ

"ผมขอขอบคุณตัวแทนภาครัฐทุกท่านที่ร่วมมือทำงานอย่างรอบคอบในการเจรจาบท SPS ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความซับซ้อนและอ่อนไหว การเจรจาให้สำเร็จจำเป็นต้องอาศัยความยืดหยุ่นและข้อเสนอที่สร้างสรรค์จากทั้งสองฝ่าย เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการส่งเสริมโอกาสทางการค้าสินค้าเกษตรกับการคุ้มครองความปลอดภัยด้านสุขอนามัยของไทย นายวีระพงษ์ กล่าวย้ำว่า ผู้แทนการค้าไทยพร้อมจะทำหน้าที่เป็นแกนกลางผลักดันข้อเสนอของไทยและบูรณาการท่าทีไทยร่วมกับคณะทำงานทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การเจรจาได้รับความชอบธรรมและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศไทย”