POLITICS
กรมสรรพสามิตบูรณาการทัพเรือภาคที่1 จับเรือบรรทุกน้ำมันผิดกม.ปรับ3.61ล้าน
กรุงเทพฯ-กรมสรรพสามิตบูรณาการความร่วมมือปราบปรามการลักลอบขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงหลีกเลี่ยงภาษี ตรวจสอบเรือ “ริสกีนำโชค 89” พบน้ำมันดีเซล 60,000 ลิตร ไม่สามารถแสดงหลักฐานการเสียภาษีและแหล่งที่มาของน้ำมันได้ ปรียบเทียบปรับรวมทั้งสิ้น 3,615,840 บาท
กรมสรรพสามิตบูรณาการความร่วมมือกับกองทัพเรือโดยทัพเรือภาคที่ 1 ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาคที่ 1 กรมเจ้าท่า และกองบังคับการตำรวจน้ำ เดินหน้าปราบปรามการลักลอบขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงที่หลีกเลี่ยงภาษีอย่างเข้มงวด ล่าสุดตรวจสอบเรือ “ริสกีนำโชค 89” พบน้ำมันดีเซล 60,000 ลิตร ไม่สามารถแสดงหลักฐานการเสียภาษีและแหล่งที่มาของน้ำมันได้ จึงดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 โดยมีผู้ต้องหา 1 ราย เปรียบเทียบปรับรวมทั้งสิ้น 3,615,840 บาท
ดร. พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ได้มอบหมายให้ว่าที่ร้อยตรี ยงยุทธ ภูมิประเทศ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ภาษีสรรพสามิต กำกับและ สั่งการให้นายสุเมธ ฤทธิ์เจริญ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม เป็นผู้แทนกรมสรรพสามิต ร่วมแถลงข่าวกับกองทัพเรือโดยทัพเรือภาคที่ 1 ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาคที่ 1 กรมเจ้าท่า และกองบังคับการตำรวจน้ำ ณ ท่าเทียบเรือกองบัญชาการกองเรือยุทธการ กลางอ่าว ฐานทัพเรือภาคที่ 1 อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี กรณีการจับกุมและดำเนินคดีเรือประมง “ริสกีนำโชค 89” ซึ่งลักลอบบรรทุกน้ำมันดีเซลที่มิได้เสียภาษี จำนวน 1 ลำ โดยในส่วนของกรมสรรพสามิตได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา จำนวน 1 ราย ตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560
จากการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย พบของกลางเป็นน้ำมันดีเซล จำนวน 60,000 ลิตร โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน มีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี ตามมาตรา 204 แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 และดำเนินการเปรียบเทียบปรับ โดยมีค่าปรับ จำนวน 3,124,800 บาท ภาษีสรรพสามิต จำนวน 446,400 บาทและภาษีมหาดไทย จำนวน 44,640 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 3,615,840 บาท
อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวต่อว่าการดำเนินการครั้งนี้เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนส่งและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่หลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งกระทบต่อรายได้ของรัฐและสร้างความไม่เป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ สอดคล้องกับนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งปราบปรามการกระทำผิดด้านพลังงานอย่างจริงจัง ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศรวมถึงข้อสั่งการของ ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่เน้นย้ำการปราบปรามการลักลอบหลีกเลี่ยงภาษีในทุกมิติ และนโยบายของ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ที่มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและปราบปราม รักษาผลประโยชน์ของรัฐ และสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย
“กรมสรรพสามิตให้ความสำคัญกับการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายและสินค้าที่มิได้เสียภาษี โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นสินค้าที่มีผลต่อระบบเศรษฐกิจและเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ การดำเนินการในครั้งนี้ แสดงถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการสกัดกั้นการลักลอบกระทำผิดตั้งแต่ต้นทาง และจะช่วยป้องกันการสูญเสียรายได้ของรัฐ รวมถึงสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้ประกอบการในระบบ”อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวทิ้งท้าย
