IN NEWS

นายกฯแถลงร่วมผู้นำออสซี่หลังถก2ฝ่าย เดินหน้าการค้า-ความมั่นคง-ประชาชน



กรุงแคนเบอร์รา-นายกฯ แถลงข่าวร่วมผู้นำออสเตรเลีย หลังถกสองฝ่าย แน่นแฟ้นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ เดินหน้าการค้า-ความมั่นคง-ประชาชน-พหุภาคี ก่อนหน้านี้รัฐบาลออสเตรเลียให้การต้อนรับนายกฯด้วยการยิงสลุต 19 นัด! เยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ ก่อนเปิดวงหารือกลุ่มเล็ก ต่อยอดหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไทย-ออสเตรเลีย

วันนี้ (วันพุธที่ 19 สิงหาคม 2569) เวลา 10.45 น. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงแคนเบอร์รา ณ อาคารรัฐสภาออสเตรเลีย กรุงแคนเบอร์รา เครือรัฐออสเตรเลีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายแอนโทนี แอลบาเนซี (The Honourable Anthony Albanese) นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ร่วมแถลงข่าวภายหลังการหารือเต็มคณะ  ซึ่งผู้เข้าร่วมฝ่ายไทย ประกอบด้วย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขณะที่ฝ่ายออสเตรเลียประกอบด้วย รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและการท่องเที่ยว และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพลังงาน

ภายหลังการแถลงข่าวนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีไทยย้ำความมุ่งมั่นขับเคลื่อนหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไทย–ออสเตรเลียให้ใกล้ชิดและเกิดผลเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น เพื่อรับมือความท้าทายร่วมกันและสร้างประโยชน์แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การเยือนครั้งนี้นับเป็นการเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทยครั้งแรกในรอบ 14 ปี และเกิดขึ้นในช่วงสำคัญก่อนที่ไทยและออสเตรเลียจะร่วมฉลองครบรอบ 75 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปีหน้า ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

ไทยและออสเตรเลียยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) เมื่อปี 2563 และได้พัฒนาความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง โดยการหารือครั้งนี้ครอบคลุม 4 สาขาสำคัญที่ทั้งสองประเทศมีผลประโยชน์ร่วมกัน

ด้านแรก การเมืองและความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องเสริมความร่วมมือเพื่อรับมือความท้าทายด้านความมั่นคงทั้งรูปแบบดั้งเดิมและรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมใช้กลไกที่มีอยู่และพัฒนาความร่วมมือใหม่ให้ทันต่อภัยคุกคามที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ด้านที่สอง เศรษฐกิจ การค้า และนวัตกรรม ทั้งสองฝ่ายเห็นความสำคัญของการเพิ่มความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงด้านภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ โดยจะขยายการค้าและการลงทุนสองทาง พร้อมส่งเสริมความร่วมมือในอุตสาหกรรมและนวัตกรรมที่มีศักยภาพ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและสร้างความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน

ด้านที่สาม วัฒนธรรมและความสัมพันธ์ระดับประชาชน ทั้งสองประเทศจะส่งเสริมทักษะแห่งอนาคตผ่านความร่วมมือด้านการศึกษา นวัตกรรม และการพัฒนาศักยภาพ นายกรัฐมนตรีชื่นชมบทบาทของชุมชนไทยที่มีส่วนสำคัญต่อสังคมออสเตรเลีย ขณะที่ประเทศไทยยังเป็นจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวออสเตรเลีย สะท้อนสายสัมพันธ์ระดับประชาชนที่แน่นแฟ้น

ด้านที่สี่ ความร่วมมือระดับภูมิภาคและพหุภาคี ไทยและออสเตรเลียจะทำงานร่วมกันผ่านกรอบอาเซียน ACMECS หุ้นส่วนแม่โขง–ออสเตรเลีย และกรอบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีขอบคุณออสเตรเลียที่สนับสนุนกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ของไทยอย่างต่อเนื่อง

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การหารือครั้งนี้นำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โดยทั้งสองฝ่ายยินดีต่อการจัดทำเอกสารสำคัญ 2 ฉบับ เพื่อขับเคลื่อนหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ในระยะต่อไป

ฉบับแรก แถลงการณ์ร่วมว่าด้วยอาชญากรรมข้ามชาติ (Joint Statement on Transnational Crime) ยกระดับความร่วมมือป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ การหลอกลวงทางออนไลน์ การค้ามนุษย์ ยาเสพติด และการฟอกเงิน ทั้งในระดับทวิภาคี ภูมิภาค และระดับโลก เพื่อรับมือภัยข้ามพรมแดนที่กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนโดยตรง

ฉบับที่สอง แถลงการณ์ผู้นำว่าด้วยการยกระดับความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ (Leaders’ Statement on Deepening Economic Engagement) มุ่งใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีไทย–ออสเตรเลีย (TAFTA) ให้เต็มศักยภาพ ขยายการค้าและการลงทุนในสาขาสำคัญ สนับสนุนระบบการค้าพหุภาคีที่มีกฎกติกาเป็นพื้นฐาน และเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent) ระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กับองค์การวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมแห่งเครือรัฐออสเตรเลีย (CSIRO) เพื่อต่อยอดความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ การวิจัย และนวัตกรรม

ด้านความมั่นคง นายกรัฐมนตรียินดีต่อข้อเสนอของออสเตรเลียในการจัดให้มีการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมไทย–ออสเตรเลียทุกสองปี (Biennial Defence Ministers’ Meeting) เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านกลาโหม และสนับสนุนสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคอินโด–แปซิฟิก โดยกระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศจะเร่งประสานงานเพื่อผลักดันกลไกดังกล่าวให้เกิดขึ้นโดยเร็ว

นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์จะเป็นรากฐานสำคัญของความสัมพันธ์ไทย–ออสเตรเลียในระยะต่อไป ช่วยเปิดโอกาสใหม่ด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง นวัตกรรม และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน และทำให้ทั้งสองประเทศใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีขอบคุณนายกรัฐมนตรีแอลบาเนซี รัฐบาล และประชาชนออสเตรเลียสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมย้ำว่า ไทยพร้อมทำงานร่วมกับออสเตรเลียอย่างใกล้ชิด เพื่อขับเคลื่อนหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ให้ก้าวหน้า และสร้างผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ ในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 75 ของความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ออสเตรเลีย

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียแสดงความพร้อมที่จะร่วมมือกับไทยในทุกด้านให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ พร้อมแสดงความยินดีที่นายกรัฐมนตรีไทยได้นำคณะภาคเอกชนไทยร่วมเดินทางเยือนออสเตรเลียในครั้งนี้ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียยังตอบรับคำเชิญเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในปีหน้า

ยิงสลุต 19 นัด! ต้อนรับ “นายกฯ เยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ

ก่อนหน้านี้เวลา 09.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงแคนเบอร์รา ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง ณ ลาน Ceremonial Forecourt ด้านหน้าอาคารรัฐสภาเครือรัฐออสเตรเลีย นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน  เข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ในโอกาสเดินทางเยือนเครือรัฐออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ

เมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางถึงอาคารรัฐสภาเครือรัฐออสเตรเลีย นายแอนโทนี แอลบาเนซี (The Honourable Anthony Albanese MP) นายกรัฐมนตรีเครือรัฐออสเตรเลีย ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ก่อนนำนายกรัฐมนตรีเข้าสู่พิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ณ ลาน Ceremonial Forecourt โดยมีการยิงสลุต 19 นัด จากนั้นนายกรัฐมนตรีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ท่ามกลางการบรรเลงเพลงชาติไทยและเพลงชาติออสเตรเลีย ก่อนที่นายกรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายจะแนะนำคณะทางการของแต่ละฝ่าย โดยพิธีต้อนรับเป็นไปอย่างสมเกียรติและสง่างาม สะท้อนถึงมิตรภาพอันใกล้ชิดและการให้ความสำคัญต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับออสเตรเลีย

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีต้อนรับ นายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีเครือรัฐออสเตรเลียเดินเข้าสู่อาคารรัฐสภา โดยนายกรัฐมนตรีได้ลงนามในสมุดเยี่ยม ณ โถง Marble Foyer และร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับนายกรัฐมนตรีเครือรัฐออสเตรเลีย ตามธรรมเนียมการต้อนรับแขกต่างประเทศระดับสูงของออสเตรเลีย

จากนั้น นายกรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายได้ร่วมหารือข้อราชการกลุ่มเล็ก ณ ห้องทำงานของนายกรัฐมนตรีเครือรัฐออสเตรเลีย ในบรรยากาศที่เป็นมิตรและสร้างสรรค์ โดยได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวทางการต่อยอดความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย–ออสเตรเลียให้มีความแน่นแฟ้นและเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น รวมถึงหารือประเด็นที่ทั้งสองประเทศให้ความสำคัญร่วมกัน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การลดอุปสรรคและอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างกัน ตลอดจนความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมออนไลน์

ทั้งสองฝ่ายจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางในการรับมือกับความท้าทายร่วมกัน พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนความสัมพันธ์ไทย–ออสเตรเลียให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง และเปลี่ยนความร่วมมือที่มีอยู่ให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศ

ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือข้อราชการกลุ่มเล็ก นายกรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายได้เข้าร่วมการหารือทวิภาคีแบบเต็มคณะ เพื่อหารือแนวทางขยายความร่วมมือระหว่างไทยกับออสเตรเลียในมิติต่าง ๆ ต่อไป