IN NEWS

รัฐบาลยกเครื่องด่านศุลกากรนครพนมเพิ่ม เขตศุลกากรจาก1เป็น3แห่งรับค้า3ชาติ



กรุงเทพฯ-รัฐบาลเดินหน้าพัฒนาด่านศุลกากรนครพนม เพิ่มเขตศุลกากรจาก 1 เป็น 3 แห่ง รองรับ One Stop Service หนุนการค้าชายแดน–ขนส่งเชื่อมลาว เวียดนาม และจีนตอนใต้

วันนี้ (19 สิงหาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดด่านศุลกากรและด่านพรมแดน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อเพิ่มเขตศุลกากรของด่านศุลกากรนครพนมจากเดิม 1 แห่ง เป็น 3 แห่ง ให้สอดคล้องกับสถานที่ปฏิบัติพิธีการศุลกากรในปัจจุบัน รองรับการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) และเพิ่มประสิทธิภาพการค้าชายแดนและการขนส่งระหว่างประเทศ

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวกำหนดเขตศุลกากรของด่านศุลกากรนครพนม ประกอบด้วย 1) บริเวณด่านศุลกากรนครพนม ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นพื้นที่เดิม 2) บริเวณคลังตรวจสินค้าและเก็บของกลาง หรือคลังสินค้า R8 ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ซึ่งเพิ่มขึ้นใหม่ และ 3) บริเวณอาคารคลังสินค้าศุลกากร ศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ซึ่งเพิ่มขึ้นใหม่เช่นกัน

การเพิ่มพื้นที่ดังกล่าวมีความจำเป็น เนื่องจากกรมศุลกากรได้รับอนุญาตให้ใช้อาคารคลังสินค้า R8 ซึ่งตั้งอยู่ถัดจากแนวรั้วด่านศุลกากรนครพนมเป็นสถานที่ตรวจปล่อยสินค้า ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเปิดใช้งานศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม แต่พื้นที่ทั้งสองแห่งยังไม่ได้ถูกกำหนดให้เป็นเขตศุลกากรตามกฎหมาย จึงต้องปรับปรุงกฎกระทรวงเพื่อให้สามารถดำเนินพิธีการศุลกากรและตรวจปล่อยสินค้าได้อย่างถูกต้อง รวมถึงรองรับการให้บริการนำเข้าและส่งออกในลักษณะ One Stop Service ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นางสาวลลิดากล่าวว่า ด่านศุลกากรนครพนมเป็นด่านชายแดนสำคัญ ตั้งอยู่ห่างจากด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม–คำม่วน) ประมาณ 1 กิโลเมตร และเป็นจุดรองรับการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศผ่านเส้นทาง R12 ซึ่งเชื่อมไทยกับ สปป.ลาว เวียดนาม และจีนตอนใต้ รวมทั้งเชื่อมโยงกับเส้นทางคมนาคมสำคัญ เช่น ทางหลวง AH1 และ Ho Chi Minh Highway จึงมีศักยภาพในการเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำหรับการขนส่งและกระจายสินค้า โดยเฉพาะสินค้าเกษตรของไทย เช่น ทุเรียน ไปยังตลาดจีน

“การเพิ่มเขตศุลกากรจาก 1 เป็น 3 แห่ง จะช่วยให้พื้นที่ปฏิบัติงานจริงมีสถานะทางกฎหมายรองรับ สามารถตรวจปล่อยสินค้าและดำเนินพิธีการนำเข้า–ส่งออกได้สะดวกขึ้น เป้าหมายสำคัญคือทำให้ศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนมสามารถพัฒนาไปสู่การให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ ลดขั้นตอนและเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้า ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการและช่วยเพิ่มขีดความสามารถของการค้าชายแดนไทย” นางสาวลลิดากล่าว

ทั้งนี้ การกำหนดเขตศุลกากรเพิ่มเติมยังช่วยสนับสนุนการค้า การลงทุน และการขนส่งระหว่างประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บอากรศุลกากร ตลอดจนการตรวจตราและป้องกันการกระทำความผิดตามกฎหมายศุลกากร โดยคณะรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำความเห็นของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปดำเนินการ โดยเฉพาะการเร่งจัดหาอุปกรณ์ พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก และบูรณาการหน่วยงานตรวจปล่อยสินค้าควบคุม เช่น พืช สัตว์ และอาหาร ให้สามารถปฏิบัติงานร่วมกันได้อย่างครบถ้วน พร้อมประชาสัมพันธ์แนวทางและข้อกำหนดการให้บริการแก่ผู้นำเข้าและผู้ส่งออกอย่างชัดเจนต่อไป.