IN NEWS
นายกฯบุกนิวซีแลนด์ดึง2บ.บิ๊กปักหมุดไทย เชื่อมเกษตร-ท่องเที่ยวสู่ตลาดโลก
“อนุทิน” บุกนิวซีแลนด์ ดึง 2 ยักษ์ใหญ่ปักหมุดไทย เชื่อมเกษตร-ท่องเที่ยวสู่ตลาดโลกนอกจากนี้ยังได้หารือ Skyline Enterprises บริษัทสวนสนุกและผู้พัฒนาเครื่องเล่นชื่อดังจากนิวซีแลนด์ ที่มีธุรกิจครอบคลุมหลายประเทศทั่วโลก หารือแผนขยายการลงทุนในประเทศไทยและต่อยอดสู่การวิจัยและพัฒนาชิ้นส่วนและอุปกรณ์สำหรับเครื่องเล่นรุ่นใหม่ ตอกย้ำศักยภาพของไทยในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยอดนิยมของโลก และกระตุ้นการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะยาว
วันนี้ (20 สิงหาคม 2569) ณ ประเทศนิวซีแลนด์ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในโอกาสเดินทางเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้พบหารือกับผู้บริหารบริษัทชั้นนำของนิวซีแลนด์ ได้แก่ Skyline Enterprises ผู้ดำเนินธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยว และ T&G Global บริษัทเกษตรและผลไม้ระดับโลก เจ้าของแบรนด์ Envy™ โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เป็นผู้จัดการพบหารือ เพื่อเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจและผลักดันให้เกิดการลงทุนและความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมระหว่างสองประเทศ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีใช้โอกาสการเยือนครั้งนี้นำเสนอศักยภาพของประเทศไทยโดยตรงต่อภาคธุรกิจนิวซีแลนด์ โดยเน้นว่าไทยไม่ได้เป็นเพียงตลาดขนาดใหญ่ แต่สามารถเป็นทั้ง ฐานการลงทุน ฐานการผลิต และประตูเชื่อมธุรกิจไปยังตลาดอาเซียนและภูมิภาคอื่นของโลก รัฐบาลจึงต้องการเปลี่ยนความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่ประชาชนและภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศได้รับประโยชน์ร่วมกัน
สำหรับการหารือกับ Skyline Enterprises นายกรัฐมนตรีเชิญชวนให้บริษัทพิจารณาขยายการลงทุนมายังประเทศไทย โดยไทยมีจุดแข็งทั้งความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยว จำนวนนักท่องเที่ยว และศักยภาพในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว ซึ่งสอดคล้องกับความเชี่ยวชาญของบริษัท
ผู้บริหาร Skyline Enterprises แสดงความสนใจต่อโอกาสทางธุรกิจในประเทศไทย โดยมองเห็นศักยภาพของตลาดและแหล่งท่องเที่ยวไทย รวมถึงโอกาสในการเจาะตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว นายกรัฐมนตรีจึงมอบหมายให้ BOI ประสานงานกับบริษัทอย่างใกล้ชิด เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และต่อยอดไปสู่การลงทุนในประเทศไทย

ขณะที่การหารือกับ T&G Global บริษัทแสดงความสนใจในการหาฐานกระจายสินค้าเพื่อรองรับการขยายตลาดไปยังประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนและอินเดีย นายกรัฐมนตรีได้เสนอให้บริษัทพิจารณาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้า โดยไทยมีความได้เปรียบด้านที่ตั้งและระบบโลจิสติกส์ สามารถเชื่อมโยงการขนส่งทั้งทางบกและทางน้ำไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อาเซียน และตลาดนอกภูมิภาค ประกอบกับไทยมีเครือข่ายความตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่สามารถสนับสนุนการขยายธุรกิจและการเข้าถึงตลาดต่างประเทศ
มากไปกว่านั้น นายกรัฐมนตรีได้เชิญชวน T&G Global มองประเทศไทยในฐานะ หุ้นส่วนด้านการเกษตร ไม่ใช่เพียงจุดกระจายสินค้า โดยไทยเป็นประเทศผู้ผลิตสินค้าเกษตรและอาหารที่สำคัญของโลก มีวัตถุดิบที่หลากหลาย รวมถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยีการเกษตรที่มีศักยภาพ ขณะที่นิวซีแลนด์มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ และการทำตลาดระดับโลก หากนำจุดแข็งของทั้งสองประเทศมาร่วมกัน จะสามารถเพิ่มมูลค่าให้สินค้าเกษตร สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ และขยายตลาดไปพร้อมกัน
นายกรัฐมนตรียังเสนอให้ต่อยอดความร่วมมือไปถึงการใช้ความแข็งแกร่งของ แบรนด์ Envy และเครือข่ายตลาดระหว่างประเทศของ T&G Global สนับสนุนการเปิดตลาดให้ผลไม้คุณภาพของไทย โดยเฉพาะในภูมิภาคยุโรป ซึ่งเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย คือ นิวซีแลนด์สามารถใช้ไทยเป็นประตูสู่ตลาดอาเซียนและอินเดีย ขณะที่ผลไม้ไทยจะมีโอกาสใช้เครือข่ายของพันธมิตรนิวซีแลนด์เข้าถึงตลาดใหม่ ๆ ในต่างประเทศ
“การเยือนนิวซีแลนด์ครั้งนี้ รัฐบาลต้องการให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแปลงเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ เราเชิญการลงทุนเข้าประเทศ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเปิดประตูให้สินค้าและผู้ประกอบการไทยออกไปสู่ตลาดโลกด้วย ไทยมีทั้งทำเลที่ตั้ง การเกษตร การท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน และเครือข่าย FTA หากเชื่อมจุดแข็งเหล่านี้เข้ากับทุน เทคโนโลยี และเครือข่ายธุรกิจระดับโลกได้ จะเกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยมากกว่าการซื้อขายสินค้าเพียงอย่างเดียว” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ BOI ติดตามผลการหารือกับทั้งสองบริษัทอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปลี่ยนความสนใจของภาคเอกชนให้ไปสู่โครงการลงทุนและความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม อันจะช่วยสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย และเสริมบทบาทประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางธุรกิจ การลงทุน และการเชื่อมโยงตลาดของภูมิภาค
นายกฯ หนุน “Skyline” ยักษ์สวนสนุกนิวซีแลนด์ ขยายลงทุนไทย ชูไทยฮับท่องเที่ยวโลก

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 นายกรัฐมนตรีและคณะได้พบหารือกับ Mr. Geoff McDonald ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Skyline Enterprises ณ เมืองโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ในโอกาสเดินทางเยือนนิวซีแลนด์ โดยได้หารือถึงแผนการลงทุนของบริษัทในประเทศไทย ซึ่งได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากบบีโอไอในกิจการสวนสนุกที่กรุงเทพมหานคร และนายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนให้ Skyline พิจารณาขยายการลงทุนในประเทศไทยเพิ่มเติมอีกในอนาคต เนื่องจากประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก มีพื้นที่ท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งพื้นที่ชายทะเล ภูเขา และเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งสามารถรองรับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมนันทนาการรูปแบบใหม่ ตลอดจนช่วยเพิ่มความหลากหลายของกิจกรรมและประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวในประเทศไทย นอกจากนี้ รัฐบาลยังพร้อมสนับสนุนให้บริษัทศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาชิ้นส่วนใหม่สำหรับอุปกรณ์เครื่องเล่น ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม และให้ความสำคัญอย่างสูงกับความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ
Skyline Enterprises เป็นบริษัทด้านการท่องเที่ยวชั้นนำของนิวซีแลนด์ ก่อตั้งขึ้นในปี 2509 มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนา ออกแบบ และบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวและเครื่องเล่น ซึ่งบริษัทเป็นผู้บุกเบิกและพัฒนาเครื่องเล่น และสวนสนุกจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักในระดับสากล เช่น กระเช้าลอยฟ้า (Gondola/SkyRide) ที่เมืองควีนส์ทาวน์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นกระเช้าลอยฟ้าที่มีความชันที่สุดในซีกโลกใต้ และเป็นต้นกำเนิดของเครื่องเล่น Luge (รถเลื่อนตามแรงโน้มถ่วง) ที่โด่งดังไปทั่วโลก ปัจจุบัน Skyline มีฐานการดำเนินธุรกิจในหลายประเทศ ทั้งนิวซีแลนด์ แคนาดา เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และมาเลเซีย และอยู่ระหว่างการขยายธุรกิจในสหราชอาณาจักร
สำหรับประเทศไทย Skyline เพิ่งได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอในกิจการสวนสนุกตั้งที่กรุงเทพมหานครเมื่อเร็วๆนี้ โดยบริษัทมองว่าไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงสำหรับการขยายธุรกิจในเอเชียจากความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและฐานนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศและยังมีศักยภาพในการพัฒนาและขยายกิจการอีกมากในพื้นที่ต่าง ๆ
“การลงทุนของ Skyline ไม่เพียงเพิ่มกิจกรรมที่มีสีสันและประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย แต่บริษัทยังสนใจและมีโอกาสต่อยอดไปสู่กิจกรรมที่ใช้ความรู้และเทคโนโลยีมากขึ้น โดยเฉพาะการวิจัยและพัฒนาด้านเครื่องเล่นใหม่ ๆ ที่เหมาะกับสภาพพื้นที่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งหากเกิดขึ้นในประเทศไทย จะช่วยพัฒนาบุคลากรและสร้างองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ควบคู่ไปกับการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการของไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น” นายนฤตม์กล่าว
