IN NEWS

'พิพัฒน์'เร่งพัฒนาพื้นที่ท่าเรือคลองเตย เปิดเวทีรับฟังชุมชนร่วมคิดออกแบบอนาคต



กรุงเทพฯ-“พิพัฒน์” เปิดเวทีรับฟังชุมชนคลองเตย ร่วมคิด–ร่วมออกแบบอนาคตพื้นที่ ย้ำ “วันนี้ไม่ใช่ข้อสรุป แต่เป็นจุดเริ่มต้น” เดินหน้าหาทางออกร่วมกัน

วันนี้ (20 สิงหาคม 2569) เวลา 10.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นและหารือแนวทางการบริหารจัดการที่อยู่อาศัยของชุมชนคลองเตย เปิดโอกาสให้ผู้นำชุมชน ภาคประชาชน นักวิชาการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สถาบันอาศรมศิลป์ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการท่าเรือแห่งประเทศไทย ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอแนวทางการพัฒนาพื้นที่ เพื่อร่วมกันแสวงหาทางออกที่เหมาะสมสำหรับทั้งชุมชนและการพัฒนาพื้นที่ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) โดยคำนึงถึงภารกิจของ กทท. แผนการใช้ประโยชน์พื้นที่ และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุม ชั้น 19 อาคารที่ทำการการท่าเรือแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร

การหารือครั้งนี้มี นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ผู้แทนมูลนิธิดวงประทีป นายภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตคลองเตย คุณสมสุข ที่ปรึกษาสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) อาจารย์ประยงค์ ประธานสถาบันอาศรมศิลป์ นายวิรัช ประธานสหกรณ์เคหสถาน คุณสมประสงค์ นางสุพรรณี ผู้แทนสภาองค์กรชุมชน นางเพ็ญวดี ผู้จัดการมูลนิธิดวงประทีป คุณชุติมา นายสมพิศ ประธานแฟลต 19–22 นางนิตยา ประธานมูลนิธิพร้อมพัฒนา นางบรรจบ ประธานชุมชนสวนอ้อย นางประไพ ประธานสภาชุมชนคลองเตย และคุณประภา พร้อมด้วยผู้นำและผู้แทนชุมชนคลองเตย เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการท่าเรือแห่งประเทศไทย ได้แก่ นายพรชัย ศรีสกลธร ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการท่าเรือแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยกรรมการเข้าร่วมการหารือ รวมถึงนายกฤชเทพ สิมลี เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ กทท. และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การหารือในวันนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ทุกฝ่ายได้มานั่งพูดคุยและรับฟังกันอย่างพร้อมหน้า โดยต้องการให้การประชุมเป็นพื้นที่กลางสำหรับแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่เวทีเพื่อหาข้อสรุปหรือข้อยุติในทันที แต่เป็นการเริ่มต้นร่วมกันแสวงหาแนวทางที่ทุกฝ่ายสามารถเดินไปด้วยกันได้ สิ่งสำคัญคือเราต้องแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและหาความเหมาะสมร่วมกัน เพราะสุดท้ายแล้ว การพัฒนาจะต้องทำให้ทั้งภาครัฐและประชาชนสามารถเดินไปด้วยกันได้

นายพิพัฒน์ ระบุว่า ชุมชนคลองเตยมีประวัติศาสตร์และความผูกพันกับพื้นที่มาอย่างยาวนาน หลายครอบครัวอยู่อาศัยและประกอบอาชีพในพื้นที่ต่อเนื่องมาหลายรุ่น รวมถึงมีสมาชิกในครอบครัวทำงานกับ กทท. ดังนั้น การบริหารจัดการพื้นที่เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด จะต้องพิจารณาควบคู่กับวิถีชีวิต การประกอบอาชีพ และอนาคตของประชาชนในชุมชน รวมถึงภารกิจหลักของ กทท. และแนวทางการพัฒนาพื้นที่ในระยะยาว ไม่ใช่มองเฉพาะมิติของมูลค่าที่ดินหรือการพัฒนาเชิงพาณิชย์เพียงด้านเดียว

โดย ข้าราชการ นักการเมือง หรือผู้บริหาร วันหนึ่งก็เปลี่ยนแปลงไปตามวาระ แต่พี่น้องประชาชนที่นี่อยู่กันมาหลายรุ่น และลูกหลานก็ยังต้องเติบโตต่อไปในอนาคต เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราต้องคิดร่วมกันคือ จะบริหารพื้นที่อย่างไรให้เกิดประโยชน์กับประเทศ ขณะเดียวกันประชาชนก็ต้องสามารถมีที่อยู่อาศัย มีอาชีพ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย

สำหรับข้อเสนอของเครือข่ายชุมชนเกี่ยวกับการจัดสรรพื้นที่เพื่อรองรับการจัดระเบียบที่อยู่อาศัยของประชาชนในชุมชนคลองเตย นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เป็นข้อเสนอที่รับไว้ประกอบการพิจารณา โดยยังไม่ถือเป็นข้อยุติ และยังไม่มีการกำหนดขนาดพื้นที่ รูปแบบ หรือแนวทางการจัดสรรพื้นที่แต่อย่างใด จำเป็นต้องนำรายละเอียดทั้งหมดมาศึกษาร่วมกัน ทั้งด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน กฎหมาย แผนแม่บทของ กทท. รูปแบบการพัฒนาที่อยู่อาศัย แหล่งเงินทุน ตลอดจนความเหมาะสมของพื้นที่ เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาท่าเรือ แผนการใช้ประโยชน์พื้นที่ของ กทท. และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ

นายพิพัฒน์ ยังเสนอแนวคิดว่า หากผลการศึกษาในอนาคตพบว่ามีพื้นที่และรูปแบบที่เหมาะสม การพัฒนาพื้นที่ที่อยู่อาศัยให้มีความต่อเนื่องเป็นพื้นที่เดียวกัน อาจช่วยให้การบริหารจัดการชุมชนและการจัดบริการสาธารณะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการพัฒนาในส่วนของพื้นที่อยู่อาศัยจะต้องไม่คิดเฉพาะเรื่อง “บ้าน” แต่ต้องคิดถึง “คุณภาพชีวิต” ทั้งระบบ ตั้งแต่พื้นที่สีเขียว สนามเด็กเล่น ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนระดับประถมศึกษาที่มีคุณภาพ ตลอดจนบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เพื่อให้เป็นพื้นที่ที่ประชาชนสามารถอยู่อาศัยและสร้างอนาคตให้กับลูกหลานได้อย่างมั่นคง ทั้งนี้ ต้องอยู่ภายใต้ความเหมาะสมของพื้นที่ ข้อกฎหมาย และไม่กระทบต่อภารกิจหลักของ กทท.

พร้อมกันนี้ นายพิพัฒน์มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้อมูลและข้อเสนอที่ได้รับจากทุกฝ่ายไปประกอบการจัดทำแนวทางและทางเลือกเบื้องต้นของการใช้ประโยชน์พื้นที่ ก่อนนำกลับมาหารือร่วมกับชุมชน กทท. และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในขั้นตอนต่อไป โดยย้ำว่าแนวคิดทั้งหมดสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามข้อมูล ข้อจำกัด และความคิดเห็นของทุก โดยให้ “ความเหมาะสมและประโยชน์ร่วมกัน” เป็นหลักในการพิจารณา

ด้านนางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ กล่าวว่า ได้เสนอแนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยของชุมชน โดยเห็นว่าควรศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดสรรพื้นที่สำหรับรองรับที่อยู่อาศัยของประชาชน ควบคู่กับการใช้ประโยชน์พื้นที่เพื่อการพัฒนาและสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ พร้อมเสนอให้การพัฒนาคำนึงถึงค่าใช้จ่ายและค่าเช่าที่เหมาะสมกับประชาชนผู้มีรายได้น้อย รวมถึงการวางผังเมืองและรูปแบบการอยู่อาศัยในระยะยาว

ขณะที่นางสุพรรณี ผู้แทนสภาองค์กรชุมชน กล่าวว่า ประชาชนในชุมชนคลองเตยมีความผูกพันกับพื้นที่มายาวนาน และที่ผ่านมาได้ร่วมกันจัดทำข้อเสนอเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง จึงเห็นว่าการเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายได้พูดคุยกันในครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่จะนำไปสู่การร่วมกันออกแบบแนวทางพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มั่นคง ครอบคลุมประชาชนในพื้นที่ และช่วยให้คนในชุมชนสามารถดำรงชีวิตและประกอบอาชีพใกล้กับพื้นที่เดิมได้

นายพิพัฒน์ กล่าวย้ำว่า กระทรวงคมนาคมพร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงระหว่าง กทท. หน่วยงานภาครัฐ และประชาชน เพื่อให้กระบวนการจากนี้เป็นการทำงานร่วมกันบนพื้นฐานของการรับฟัง ความเข้าใจ และความสมานฉันท์ โดยทุกข้อเสนอจะต้องนำมาพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งประโยชน์ของประชาชน ประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ และข้อกำหนดทางกฎหมาย โดยอยากให้วันนี้เป็นจุดสตาร์ท เราเริ่มจากการฟังกันก่อน จากนั้นค่อยนำข้อมูลทั้งหมดมาวางบนโต๊ะ แล้วช่วยกันคิดว่าอะไรคือทางออกที่เหมาะสมที่สุด ร่วมกันออกแบบอนาคตของพื้นที่ เพราะเป้าหมายของเราคือการพัฒนาที่ทุกฝ่ายสามารถเดินไปด้วยกันได้

นายพิพัฒน์ กล่าวในตอนท้ายว่า หากในขั้นตอนต่อไปมีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่เพิ่มเติม ตนยินดีเข้าร่วมรับฟังด้วยตนเอง พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานงานกับผู้นำชุมชน ภาคประชาชน และทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การหารือครั้งนี้นำไปสู่กระบวนการทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม และเกิดแนวทางการพัฒนาพื้นที่คลองเตยที่สร้างประโยชน์ทั้งต่อประชาชน ชุมชน การท่าเรือแห่งประเทศไทย และประเทศในระยะยาว