IN NEWS

นิวซีแลนด์จัดต้อนรับอบอุ่นในแบบวิถีเมารี ทำปฏิญญาหุ้นส่วนฯ/ฟื้นเที่ยวบินตรง2ปท.



เปิดฉากเยือนนิวซีแลนด์! นายกฯ รับการต้อนรับอบอุ่นตามวิถีเมารี ก่อนจับมือผู้นำนิวซีแลนด์เปิดบทใหม่ความสัมพันธ์ หลังจากนั้นได้ลงนามปฏิญญายกระดับไทย–นิวซีแลนด์สู่ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์”ฉลอง 70 ปีความสัมพันธ์ ตั้งเป้าเพิ่มการค้าสองฝ่าย 3 เท่า สู่ 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.46 แสนล้านบาท) ภายในปี 2045 พร้อมเตรียมฟื้นเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ–โอ๊คแลนด์ ในปี 2570 ส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน และความสัมพันธ์ระดับประชาชน และนายกฯ ลักซอน ควงนายกฯ อนุทินชม NZAero ด้วยตัวเอง เชื่อมสัมพันธการบินไทย-นิวซีแลนด์

นิวส์ซีแลนด์ให้การต้อนรับอบอุ่นแบบวิถีเมารี

วันนี้ (วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569) เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นนครโอ๊คแลนด์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง ณ ทำเนียบผู้สำเร็จราชการแห่งนิวซีแลนด์ นครโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมภริยา เดินทางถึงทำเนียบผู้สำเร็จราชการแห่งนิวซีแลนด์ เพื่อเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการตามประเพณีเมารี ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น เป็นกันเอง และเปี่ยมด้วยไมตรีจิต สะท้อนถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ที่ดำเนินมายาวนาน และในปีนี้ครบรอบ 70 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน

เมื่อเดินทางถึงบริเวณสนามหญ้าหน้าทำเนียบผู้สำเร็จราชการฯ ผู้อาวุโสชาวเมารี (Kaumātua) ประจำทำเนียบฯ และสตรีอาวุโสชาวเมารี (Kuia) ประจำทำเนียบฯ ให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีด้วยการแตะจมูกตามธรรมเนียม ก่อนเข้าสู่พิธีต้อนรับตามประเพณีของชาวเมารี ชนพื้นเมืองของนิวซีแลนด์

ณ บริเวณสนามหญ้า ชาวเมารีในชุดประจำเผ่าออกมาต้อนรับและประกอบพิธีเวรอ (Wero) ซึ่งเป็นพิธีทดสอบเจตนาของผู้มาเยือนว่ามาด้วยไมตรีหรือไม่ โดยนักรบเมารีวางสิ่งของแกะสลักไว้บนพื้น ให้นายกรัฐมนตรีหยิบขึ้นมาและถือไว้ เพื่อแสดงว่าผู้มาเยือนไม่ประสงค์ร้าย ก่อนที่นักรบชาวเมารีจะเปิดทางให้นายกรัฐมนตรีเข้าสู่พิธีต้อนรับแบบเมารี

จากนั้นเข้าสู่พิธีคารังกา (Karanga) เพื่อต้อนรับแขกระดับสูงที่มาเยือน โดยสตรีอาวุโสชาวเมารีจะเปล่งเสียงเรียกต้อนรับตามประเพณี ต่อด้วยการแสดงฮากา (Haka) การแสดงต้อนรับตามประเพณีเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้มาเยือน ตลอดพิธีเป็นไปด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นมิตร ผสานความสง่างามและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของนิวซีแลนด์

จากนั้น นายกรัฐมนตรีและภริยาเดินไปยังบริเวณกลางสนามหญ้า โดยมีนายคริสโตเฟอร์ ลักซอน (The Right Honourable Christopher Luxon) นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ พร้อมภริยา รอให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะขึ้นแท่นรับความเคารพ วงดุริยางค์ทหารบรรเลงเพลงชาติไทยและเพลงชาตินิวซีแลนด์ตามลำดับ ก่อนตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีบริเวณสนามหญ้า นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมด้วยนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์และภริยา เดินทางเข้าสู่อาคารทำเนียบผู้สำเร็จราชการแห่งนิวซีแลนด์ โดยนายกรัฐมนตรีลงนามในสมุดเยี่ยม ก่อนที่ผู้นำทั้งสองและคู่สมรสจะร่วมถ่ายภาพและแลกเปลี่ยนของขวัญที่ระลึกระหว่างกัน

ต่อมา เวลา 10.30 น. นายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศได้หารือข้อราชการกลุ่มเล็ก โดยแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์เกี่ยวกับทิศทางความสัมพันธ์ไทย–นิวซีแลนด์ในระยะต่อไป ภายหลังการยกระดับความสัมพันธ์สู่ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” (Strategic Partnership) โดยมุ่งให้ความเป็นหุ้นส่วนดังกล่าวเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือให้มีความใกล้ชิดและเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น

ผู้นำทั้งสองยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของไทยและนิวซีแลนด์ในฐานะหุ้นส่วนเพื่อส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาค ตลอดจนการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน เพื่อให้ความสัมพันธ์ไทย–นิวซีแลนด์ในบทใหม่สามารถสร้างโอกาสและประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ โดยผู้นำทั้งสองจะร่วมหารือเต็มคณะต่อในเวลา 11.00 น. นางสาวรัชดากล่าว

ไทย–นิวซีแลนด์ยกระดับสู่ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์”

เวลา 12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นนครโอ๊คแลนด์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง ณ ทำเนียบผู้สำเร็จราชการแห่งนิวซีแลนด์ นครโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังเสร็จสิ้นหารือเต็มคณะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายคริสโตเฟอร์ ลักซอน (The Right Honourable Christopher Luxon) นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์

ได้ร่วมแถลงข่าวภายหลังการหารือทวิภาคี โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีที่ได้เดินทางเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ ในโอกาสครบรอบ 70 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ พร้อมระบุว่า การเยือนครั้งนี้ถือเป็นการเปิดบทใหม่ของมิตรภาพอันยาวนานของทั้งสองประเทศ โดยตนและนายกรัฐมนตรีลักซอนได้ลงนามในปฏิญญาร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ (Joint Declaration on the Strategic Partnership) ซึ่งเป็นการยกระดับความสัมพันธ์ไทย–นิวซีแลนด์สู่ระดับที่สูงขึ้น

นายกฯอนุทิน กล่าวต่อว่า การหารือครั้งนี้มีรัฐมนตรีสำคัญของทั้งสองฝ่ายเข้าร่วม และมุ่งเน้นความร่วมมือ 4 เสาหลัก ภายใต้แผนปฏิบัติการร่วมไทย–นิวซีแลนด์ ค.ศ. 2026–2030 (Joint Plan of Action 2026–2030) ซึ่งจะเป็นกรอบสำคัญในการขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและสร้างประโยชน์แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ ได้แก่

ประการแรก ความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างความร่วมมือในการรับมือกับอาชญากรรมข้ามชาติ การหลอกลวงออนไลน์ และการค้ามนุษย์ รวมถึงส่งเสริมการประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของทั้งสองประเทศอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

ประการที่สอง ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และนวัตกรรม ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะขยายการค้าและการลงทุน โดยให้ความสำคัญกับนวัตกรรม ความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน เศรษฐกิจสีเขียว เกษตรกรรมยั่งยืน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมตั้งเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าสองฝ่ายเป็น 3 เท่า หรือ 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.46 แสนล้านบาท) ภายในปี 2045 และจะร่วมกันพัฒนาความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดไทย–นิวซีแลนด์ (Thailand–New Zealand Closer Economic Partnership: TNZCEP) เพื่อสร้างโอกาสใหม่แก่ภาคธุรกิจและประชาชนของทั้งสองประเทศ

นายกรัฐมนตรีรู้สึกยินดีที่คณะผู้บริหารภาคธุรกิจชั้นนำของไทยได้ร่วมเดินทางมาในครั้งนี้ และได้พบหารือกับรัฐบาลและภาคธุรกิจนิวซีแลนด์ ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสในการแสวงหาความร่วมมือในสาขาใหม่ ๆ และส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ประการที่สาม ความร่วมมือด้านการศึกษา วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะ นวัตกรรม และการเสริมสร้างขีดความสามารถ ตลอดจนกระชับความสัมพันธ์ด้านวัฒนธรรมและความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

ประการที่สี่ ความร่วมมือระดับภูมิภาคและพหุภาคี ทั้งสองประเทศจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดผ่านกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง กลไกที่อาเซียนเป็นแกนนำ รวมถึงเอเปค และเวทีระหว่างประเทศอื่น ๆ พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อพัฒนาการในภูมิภาคและระหว่างประเทศ และยืนยันความสำคัญของระเบียบระหว่างประเทศที่มีกฎเกณฑ์เป็นพื้นฐานและระบบพหุภาคี ในการส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ ความสามารถในการรับมือกับความท้าทาย และการพัฒนาที่ยั่งยืน

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีได้แสดงความขอบคุณนายกรัฐมนตรีลักซอน รัฐบาล และประชาชนชาวนิวซีแลนด์ สำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและไมตรีจิตที่มอบให้นายกรัฐมนตรีและคณะผู้แทนไทยตลอดการเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการครั้งนี้

ภายหลังการแถลงข่าวร่วม นายกฯทั้งสองร่วมลงนามในปฏิญญาร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับนิวซีแลนด์ และร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามเอกสารความร่วมมือ จำนวน 4 ฉบับ ได้แก่

(1) ข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวัฒนธรรมระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งนิวซีแลนด์ และ

(2) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนแห่งราชอาณาจักรไทย และ Education New Zealand ประเทศนิวซีแลนด์

(3) บันทึกข้อตกลงระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักงานตำรวจนิวซีแลนด์ว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและการแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน

(4) ความตกลงของภาคเอกชน คือ บันทึกความเข้าใจระหว่างบริษัท Chata Instruments Company Limited กับบริษัท Aeroqual Limited

นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่าด้วยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 7 ทศวรรษ มิตรภาพระหว่างไทยและนิวซีแลนด์ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเมื่อความสัมพันธ์ได้รับการยกระดับสู่หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์แล้ว เชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศจะมีความใกล้ชิด ลึกซึ้ง และมีพลวัตมากยิ่งขึ้น พร้อมนำมาซึ่งประโยชน์และความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศและภูมิภาค

โอกาสนี้นายกรัฐมนตรียังได้ขอรับการสนับสนุนจากนิวซีแลนด์ ในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์พร้อมให้การสนับสนุนเต็มที่ มากไปกว่านั้น ยังมีเรื่องน่ายินดีอีกเรื่องหนึ่งคือ การบินไทยมีแผนกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ และโอ๊คแลนด์อีกครั้ง โดยตั้งเป้าเริ่มให้บริการในเดือนมีนาคม 2570 ซึ่งนายกรัฐมตรีกล่าวจะพยายามเร่งรัดให้เร็วกว่ากำหนด เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน การศึกษา และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ นางสาวรัชดา กล่าว

นายกฯลักซอนควงนายกฯชม NZAero ด้วยตัวเอง

เวลา 15.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นนครโอ๊คแลนด์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง) ณ โรงจอดเครื่องบิน ท่าอากาศยาน Ardmore นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายคริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ได้นำนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมเครื่องบินของบริษัท NZAero ด้วยตนเอง

โดยมีนายสตีเฟน เบอร์โรว์ (Mr. Stephen Burrow) ผู้บริหารบริษัท NZAero ได้ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัท พร้อมนำนายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมการจัดแสดงเครื่องบิน และการสาธิตเครื่องบินเล็ก CT-4 อย่างใกล้ชิด

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การเยี่ยมชม NZAero ครั้งนี้สะท้อนถึงสายสัมพันธ์และความร่วมมืออันยาวนานระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ โดยประเทศไทยมีความผูกพันกับเครื่องบินของบริษัทมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการนำมาใช้ในภารกิจฝนหลวง ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตลอดจนการใช้เป็นเครื่องบินฝึกบินในประเทศไทย รวมถึงการฝึกบินของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

นายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า ตนเองเคยใช้เครื่องบินรุ่นดังกล่าวในการฝึกบินเช่นกัน โดยเป็นเครื่องบินที่มีสมรรถนะและมาตรฐานความปลอดภัยสูง จึงรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสกลับมาเยี่ยมชมเครื่องบินรุ่นที่มีความผูกพันกับประเทศไทยมาอย่างยาวนาน

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีขอบคุณนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ที่ได้ร่วมเดินทางมาเยี่ยมชมเครื่องบินด้วยตนเอง ซึ่งสะท้อนถึงความใกล้ชิดและมิตรภาพระหว่างผู้นำและประชาชนของทั้งสองประเทศ พร้อมเชื่อมั่นว่าการเยี่ยมชมครั้งนี้จะช่วยต่อยอดไปสู่การขยายความร่วมมือระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ โดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรมการบิน ให้มีความใกล้ชิดและเกิดผลเป็นรูปธรรมเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาบุคลากร ยกระดับขีดความสามารถ และสร้างโอกาสใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมการบินของทั้งสองประเทศในอนาคต

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายยังได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างบริษัท Top Flying Limited กับบริษัท NZAero ด้วย

“การเยี่ยมชมครั้งนี้เป็นความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแสวงหาองค์ความรู้และโอกาสจากความร่วมมือกับต่างประเทศ เพื่อนำมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับคนไทย ทั้งการพัฒนาทักษะ สร้างโอกาสในอุตสาหกรรมการบิน ตลอดจนยกระดับอุตสาหกรรมการบินของไทยให้เติบโตและแข่งขันได้มากขึ้นในอนาคต” นางสาวรัชดา กล่าว