BANGKOK

กทม.ถกหน.หน่วยงานฝากการบ้านเขต 'ขยายลานกีฬา84%-ชูโมเดลเขตบัดดี้



กรุงเทพฯ-กทม. เดินหน้าขยายลานกีฬาคุณภาพใกล้บ้าน ตั้งเป้าประชาชนเข้าถึง 84% พร้อมสั่งเร่งฟื้นฟูพื้นที่น้ำท่วมเพื่อความปลอดภัย  ชูโมเดลเขตบัดดี้ ต้นแบบการทำงาน สั่งทุกเขตสำรวจจุดเสี่ยงจัดทำ “Risk Map” ชุดใหม่ กำชับเยียวยารวดเร็ว-รอบคอบและกทม.-รัฐบาล ประสานงานใกล้ชิด ไร้ข้อขัดแย้งทางการเมือง เร่งเดินหน้าเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม กว่า 1 ล้านเคส พร้อมจัดสรรงบช่วยเหลือประชาชนเต็มกำลัง

(26 ต.ค. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 8/2569 ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร

สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว รายงานความคืบหน้าการขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วน 100 วัน ด้านการพัฒนาลานกีฬาคุณภาพใกล้บ้านให้ครบ 500 แห่ง เพื่อยกระดับมาตรฐานพื้นที่ออกกำลังกายให้ครอบคลุมชุมชน โดยผลสำรวจลานกีฬาในกรุงเทพฯ พบว่ามีทั้งหมด 810 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นลานกีฬาสาธารณะ 432 แห่ง แบ่งเป็นพื้นที่พร้อมใช้งาน 213 แห่ง และพื้นที่ที่ต้องปรับปรุงซ่อมแซม 219 แห่ง

ปัจจุบันประชากรในชุมชนจัดตั้งสามารถเข้าถึงพื้นที่กีฬาสาธารณะได้ร้อยละ 66 หรือประมาณ 1.3 ล้านคน กทม. จึงเดินหน้าแผนเพิ่มลานกีฬาใหม่ 100 แห่ง ภายในปี 2570–2573 เพื่อเพิ่มสัดส่วนประชาชนในชุมชนที่เข้าถึงลานกีฬาให้เป็นร้อยละ 84

สำหรับการขับเคลื่อนเชิงพื้นที่ ผลสำรวจระบุว่า มี 16 เขตที่มีลานกีฬาครอบคลุมประชากรตามเกณฑ์แล้ว ขณะที่อีก 34 เขตจำเป็นต้องพัฒนาพื้นที่เพิ่มเติม โดยเตรียมประชุมจัดทำแผนงานและกำหนดเป้าหมายเริ่มดำเนินการในปี 2571 ให้มีลานกีฬาเพิ่มขึ้นอย่างน้อยเขตละ 1 แห่ง พร้อมกันนี้ ได้จัดทำแบบรูปรายการมาตรฐานสนามกีฬา (Shopping List) ครอบคลุม 10 ชนิดกีฬา เช่น บาสเกตบอล ฟุตซอล วอลเลย์บอล ตะกร้อ และพิคเคิลบอล เพื่อให้สำนักงานเขตเลือกนำไปปรับใช้ในการก่อสร้างและปรับปรุงพื้นที่ให้เหมาะสมกับบริบทของชุมชน

ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจและฟื้นฟูลานกีฬาที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยเฉพาะการทำความสะอาดคราบดินโคลน เพื่อให้เด็กและเยาวชนกลับมาใช้พื้นที่ทำกิจกรรมได้อย่างถูกสุขลักษณะ พร้อมกำชับให้ดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยเบื้องต้นทันทีในจุดที่โครงสร้างหรือรั้วชำรุดเสียหาย เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำการควบคุมคุณภาพการติดตั้งอุปกรณ์กีฬากลางแจ้งให้ได้มาตรฐานเดียวกันทั่วกรุงเทพมหานคร

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ชูโมเดลเขตบัดดี้ ต้นแบบการทำงาน

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ระบุว่า เมื่อพิจารณาภาพรวมของสถานการณ์น้ำท่วมในปีนี้ แม้ปริมาณฝนจะสูงกว่า 200 มิลลิเมตรทั่วกรุงเทพฯ แต่ด้วยระบบที่วางไว้ ทำให้สามารถปกป้องพื้นที่ส่วนใหญ่ได้ โดยมีผู้ได้รับผลกระทบประมาณร้อยละ 20 ถือว่าทำได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ต้องนำมาพัฒนาต่อ โดยประเด็นแรกคือการพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัย นอกจากนี้ ผอ.เขตต้องสร้างเครือข่ายการสื่อสารผ่านไลน์กลุ่มหรือช่องทางเชื่อมโยงข้อมูลกับประธานชุมชน นิติบุคคลอาคารชุด (คอนโดมิเนียม) และหมู่บ้านจัดสรรในพื้นที่ เนื่องจากประชาชนกว่าร้อยละ 40 อาศัยอยู่ในชุมชน ส่วนที่เหลืออาศัยอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียม จึงต้องพัฒนาเครือข่ายการสื่อสารให้ครอบคลุมและละเอียดมากยิ่งขึ้น

ประเด็นถัดมาคือการปรับปรุงแผนศูนย์อพยพหนีภัย โดยนำบทเรียนจากกรณีศูนย์อพยพเขตลาดกระบังที่ตั้งอยู่ในโรงเรียนซึ่งประสบปัญหาน้ำท่วมหนักจนเข้าถึงได้ยาก มาปรับปรุงการกระจายศูนย์อพยพให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้ศูนย์อพยพกลายเป็นพื้นที่ประสบภัยเสียเอง โดยต้องพิจารณาองค์ประกอบภายในศูนย์ให้ครบถ้วน ทั้งห้องน้ำ แพทย์ พยาบาล การตั้งศูนย์บัญชาการย่อยหน้างาน และเบอร์ติดต่อฉุกเฉิน รวมถึงจัดทำข้อมูลหน่วยงานและทรัพยากรในพื้นที่ เช่น มูลนิธิ เครื่องจักรกลหนัก เครื่องสูบน้ำ เรือ หรือเจ็ตสกี เพื่อให้สามารถระดมความช่วยเหลือจากภาครัฐและเอกชนได้ทันทีในภาวะฉุกเฉิน ขณะเดียวกัน ต้องเน้นการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนในการดูแลกลุ่มเปราะบางกว่า 17,000 คนในกรุงเทพฯ

สำหรับแผนปฏิบัติการต่อจากนี้ ผู้ว่าฯ ชัชชาติสั่งการให้ ผอ.เขตเร่งสำรวจพื้นที่ 2 ส่วนหลัก ได้แก่ 1. พื้นที่สาธารณะ เช่น ถนน ตรอก ซอย สถานที่ราชการ โรงเรียน และโรงพยาบาล ที่มีน้ำท่วมขังหรือได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหนัก เพื่อรวบรวมข้อมูลจัดทำฐานข้อมูล Risk Map ชุดใหม่ และ 2. พื้นที่เอกชนหรือหมู่บ้านจัดสรรที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมปานกลางถึงหนัก เพื่อให้คำแนะนำในการปรับปรุงคันกั้นน้ำและติดตั้งเครื่องสูบน้ำ รวมถึงพิจารณาแนวทางสนับสนุนงบประมาณจาก กทม. ในแต่ละชุมชนเพื่อลงทุนในมาตรการป้องกันน้ำท่วม นอกจากนี้ ให้สำรวจถนนที่ชำรุดเสียหายและมีประชาชนสัญจรจำนวนมาก เพื่อเร่งซ่อมแซมความเสียหายหลังน้ำท่วม

ในส่วนของมาตรการเยียวยาผู้ประสบภัย ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือแล้วกว่า 1 ล้านครัวเรือน โดยผู้ว่าฯ ชัชชาติได้กำชับให้ ผอ.เขตและเจ้าหน้าที่ทำงานด้วยความรวดเร็ว ควบคู่กับความถูกต้องรอบคอบ โดยใช้แบบตรวจสอบและหลักฐานประกอบอย่างครบถ้วน เพื่อพิจารณากลั่นกรองกรณีที่มีความซับซ้อน เช่น บ้านเช่า หรือการซ่อมแซมบ้านเรือน ซึ่งต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) อย่างเคร่งครัด ปัจจุบัน กทม. ใช้งบประมาณของ กทม. ช่วยเหลือประชาชนไปแล้วกว่า 372 ล้านบาท และเตรียมเสนอขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมอีกกว่า 1,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครได้วางระบบการสื่อสารและแจ้งเตือนภัยในภาวะวิกฤต โดยมีแนวทางปฏิบัติในภาพรวมคือสำนักต้นทางที่รับผิดชอบภัยแต่ละประเภท จะส่งข้อมูลเหตุการณ์มายังสำนักงานประชาสัมพันธ์ เพื่อทำการเผยแพร่กระจายข่าวไปยังสำนักงานเขต สื่อมวลชน และประชาชน ทั้งนี้ ในกรณีเกิดวิกฤตฉุกเฉินเร่งด่วน สำนักงานเขตสามารถดำเนินการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอส่วนกลางได้

ยืนยัน กทม.-รัฐบาล ประสานงานใกล้ชิด

นายชัชชาติ เปิดเผยความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ ภายหลังเป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 8/2569 โดยระบุว่า การช่วยเหลือจากรัฐบาลแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ เงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) จำนวน 5,000 และ 9,000 บาท ซึ่งลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ และเงินช่วยเหลือค่าซ่อมแซมบ้านเรือนและทรัพย์สินตามหลักเกณฑ์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่ประชาชนยื่นผ่าน claim.bangkok.go.th โดยทั้งสองส่วนเป็นการช่วยเหลือแยกกัน ปัจจุบันมีประชาชนในกรุงเทพฯ ลงทะเบียนขอรับเงินช่วยเหลือตามมติ ครม. แล้วกว่า 1 ล้านครัวเรือน

สำหรับกระแสข่าวเรื่องปัญหางบประมาณของรัฐบาล ผู้ว่าฯ ชัชชาติยืนยันว่า รัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอสำหรับช่วยเหลือประชาชน โดยนายกรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ใช้งบกลางเพื่อเยียวยาผู้ประสบภัยแล้ว

ส่วนการสมทบงบประมาณของ กทม. ตามมติ ครม. ซึ่งกำหนดให้ร่วมสมทบตามกำลังนั้น กทม. ได้สมทบงบประมาณไปแล้ว 2 ครั้ง รวม 210 ล้านบาท แบ่งเป็น 10 ล้านบาทในระยะแรก และเพิ่มเติมอีก 200 ล้านบาท ทั้งนี้ กทม. มีข้อจำกัดด้านรายได้เช่นเดียวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น โดยจัดเก็บภาษีบางประเภทได้ในระดับจำกัด และมีรายได้จากภาษีบางรายการน้อยกว่าท้องถิ่นอื่น เช่น ภาษียาสูบ ภาษีโรงแรม และภาษีน้ำมัน

ปัจจุบัน กทม. มีงบกลางสำหรับกรณีฉุกเฉิน 400 ล้านบาท ใช้ไปแล้ว 372 ล้านบาท แบ่งเป็นงบจัดทำถุงยังชีพ 162 ล้านบาท และงบสมทบรัฐบาล 210 ล้านบาท จึงเหลืองบประมาณส่วนนี้ 28 ล้านบาท ขณะที่เงินสะสมจ่ายขาดมีเงินที่สามารถนำมาใช้ได้จริงประมาณ 1,400 ล้านบาท กทม. จึงเตรียมเสนอขออนุมัติจากสภากรุงเทพมหานครในวันพุธนี้ เพื่อนำงบประมาณเพิ่มเติมประมาณ 1,100 ล้านบาทมาใช้ช่วยเหลือประชาชน ทำให้มีงบประมาณสำหรับการเยียวยารวมประมาณ 1,500 ล้านบาท

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า กทม. เข้าใจว่ารัฐบาลมีภาระในการช่วยเหลือประชาชนจำนวนมาก จึงพยายามสนับสนุนอย่างเต็มกำลังตามขีดความสามารถของตนเอง โดย กทม. บริหารงบประมาณแบบสมดุลและไม่มีการกู้เงิน จึงต้องบริหารจัดสรรงบประมาณที่มีอยู่อย่างรอบคอบ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเต็มที่

สำหรับความคืบหน้าการจ่ายเงินช่วยเหลือตามมติ ครม. ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 1 ล้านรายการ ขณะนี้ยังมีรายการค้างอยู่ในระบบประมาณ 200,000 รายการ กทม. ทยอยดำเนินการให้แก่ผู้ที่มีเอกสารหลักฐานครบถ้วนแล้ว ส่วนกรณีที่เหลือจำเป็นต้องตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งเอกสารประกอบและข้อเท็จจริงในพื้นที่ โดยเฉพาะการขอรับเงินช่วยเหลือค่าซ่อมแซมบ้านเรือนและทรัพย์สิน ซึ่งต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ ปภ. เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างถูกต้อง และมั่นใจได้ว่าเงินภาษีของประชาชนจะถึงมือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างแท้จริง

ส่วนกรณีที่ ปภ. ยังไม่ได้โอนเงินช่วยเหลือให้ประชาชนในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ที่ผ่านมา คาดว่าจะมีการโอนเงินในวันนี้ตามลำดับคิว พร้อมยืนยันว่า กทม. และรัฐบาลประสานงานและทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี ไม่มีข้อขัดแย้งทางการเมือง โดยทุกฝ่ายมุ่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเป็นสำคัญ