MARKETING
เต็ดตราแพ้คแนะผู้ประกอบการไทยคว้า โอกาสเติบโตของตลาด Plant-Based
กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 8 มกราคม 2569-เต็ดตรา แพ้ค ประกาศเปิดตัวโปรตีนจากเมล็ดทานตะวัน (Sunflower Protein) วัตถุดิบจากพืชที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้ผลิตในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทยสามารถตอบสนองความต้องการด้านโภชนาการจากพืชและเทรนด์การบริโภคผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในหมู่ผู้บริโภค พร้อมทั้งใช้ประโยชน์จากการลงทุนที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ปัจจุบัน ตลาดอาหารและเครื่องดื่มจากพืชทั่วโลกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงขับเคลื่อนจากความสนใจของผู้บริโภคในด้านสุขภาพ ความยั่งยืน และแหล่งโปรตีนทางเลือกที่หลากหลาย สำหรับประเทศไทย แนวโน้มดังกล่าวปรากฏอย่างชัดเจนในตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Food Supplements and Nutrition: FSN) ซึ่งครอบคลุมผลิตภัณฑ์กลุ่มโปรตีนสูงที่มีอัตราการเติบโตมากกว่า 126% ในช่วงสองปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพที่เดิมเคยเป็นตลาดเฉพาะ ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของการบริโภคในชีวิตประจำวันของคนไทยไปแล้ว
แนวโน้มผู้บริโภคดังกล่าวยังสอดคล้องกับผลการวิจัยล่าสุดของ เต็ดตรา แพ้ค ที่ระบุว่า 71% ของผู้บริโภคชื่นชอบส่วนผสมจากธรรมชาติที่ให้ผลดีต่อสุขภาพแบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าสารสังเคราะห์ที่ให้ผลเร็ว นับเป็นโอกาสที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่น โปรตีนจากเมล็ดทานตะวัน ซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุดิบใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก
โปรตีนจากเมล็ดทานตะวันมีคุณสมบัติหลากหลาย เนื่องจากมีรสชาติที่เป็นกลาง มีกลิ่นถั่วอ่อน ๆ อีกทั้งยังมีเนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม และสีขาวนวล ทำให้สามารถนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกาแฟเย็นผสมธัญพืช โยเกิร์ต เครื่องดื่มโปรตีนพร้อมดื่ม และอื่น ๆ อีกมากมาย โปรตีนจากเมล็ดทานตะวันยังมีสัดส่วนการใช้วัตถุดิบตั้งแต่ 2% ถึง 7% จึงช่วยให้ผู้ผลิตสามารถปรับสูตรให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มปริมาณโปรตีน ปรับปรุงเนื้อสัมผัส หรือกำหนดคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสม
โปรตีนจากเมล็ดทานตะวันจัดอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคและส่วนผสมของเต็ดตรา แพ้ค ซึ่งช่วยเพิ่มตัวเลือกให้กับโซลูชันด้านส่วนผสมอาหารของบริษัทในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งของโซลูชันแบบครบวงจรของเต็ดตรา แพ้ค ที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนาแนวคิด ไปจนถึงการผลิตเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ
ด้วยเครือข่ายศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development Centre) หรือ ศูนย์ PDC ของเต็ดตรา แพ้ค ที่มีอยู่ทั่วโลก บริษัทพร้อมช่วยผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มให้สามารถเร่งระยะเวลาในการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดและเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพในปัจจุบันได้อย่างแท้จริง3
สำหรับประเทศไทย ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือ ศูนย์ PDC แห่งใหม่ของเต็ดตรา แพ้ค ในจังหวัดระยอง ซึ่งจะเปิดภายในเดือนมีนาคมปีนี้ จะช่วยเสริมสร้างการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์แห่งนี้จะมีบทบาทในการสนับสนุนผู้ผลิตทั้งในและต่างประเทศในการสำรวจและทดสอบส่วนผสม สูตร และแนวคิดผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ทั้งยังช่วยประเมินเทคโนโลยีการแปรรูป และทำความเข้าใจถึงศักยภาพของผลิตภัณฑ์เมื่อผลิตด้วยกระบวนการและเครื่องจักรในระดับอุตสาหกรรม

นายสุรพงศ์ กอบประดิษฐกุล ผู้อำนวยการฝ่ายกระบวนการผลิต บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในประเทศไทยกำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ผลิตจำเป็นต้องมีศักยภาพที่เหมาะสมเพื่อต่อยอดแนวคิดไปสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรมได้อย่างมั่นใจ เต็ดตรา แพ้ค ผสานความเชี่ยวชาญด้านส่วนผสมและวัตถุดิบเข้ากับความสามารถด้านกระบวนการผลิต เพื่อช่วยให้ลูกค้านำแนวคิดใหม่ ๆ มาพัฒนาให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถขายและต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้จริง ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์แห่งใหม่ของเราในจังหวัดระยองที่กำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ จะเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ทดลองในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริง โดยสามารถทดสอบไอเดีย เข้าใจถึงกระบวนการผลิต และวางแผนการลงทุนในอนาคต เพื่อรองรับการขยายธุรกิจไปสู่หมวดหมู่ใหม่ ๆ เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือวัตถุดิบใหม่ ๆ เช่น โปรตีนจากเมล็ดทานตะวัน”
ในปัจจุบัน ผู้บริโภคถึง 74% กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ที่สื่อสารเรื่องคุณประโยชน์ด้านสุขภาพอย่างชัดเจน คุณค่าทางโภชนาการของโปรตีนจากเมล็ดทานตะวัน จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มในการเจาะตลาดอาหารเพื่อสุขภาพที่กำลังเติบโต โดยโปรตีนจากเมล็ดทานตะวันมีปริมาณโปรตีนสูงถึง 50% พร้อมด้วยใยอาหาร วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระ จึงเป็นวัตถุดิบที่เหมาะสำหรับการนำไปใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและเสริมคุณค่าทางโภชนาการ นอกจากนี้ โปรตีนจากเมล็ดทานตะวันยังมีความสามารถในการย่อยได้สูงถึง 98% ตามการทดสอบในสภาวะจำลอง พร้อมด้วยโปรไฟล์กรดอะมิโนที่เหมาะสมสำหรับการนำไปใช้ในการพัฒนาสูตรอาหารจากพืช7
ในช่วงเวลาที่ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มเผชิญกับแรงกดดันในการบริหารสินทรัพย์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่กับการขยายหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ไปพร้อมกัน วัตถุดิบหมุนเวียนอย่างโปรตีนจากเมล็ดทานตะวันสามารถนำมาใช้ในกระบวนการผลิตที่มีอยู่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนหรือลงทุนเพิ่มเติมมากนัก

นายซาช่า อิลยูคิน รองประธานอาวุโสฝ่ายบริการกระบวนการผลิตและโซลูชันบริการด้านเทคนิคระดับโลก ของบริษัท เต็ดตรา แพ้ค จำกัด กล่าวว่า “โปรตีนจากเมล็ดทานตะวันเป็นวัตถุดิบหมุนเวียนที่มีความยืดหยุ่นสูง เอื้อให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ ๆ โดยไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนไลน์การผลิตและสูตรผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่เดิมมากนัก ด้วยรสชาติที่สามารถปรับให้เข้ากับผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย และคุณประโยชน์ทางโภชนาการที่ครบครัน ทำให้โปรตีนจากเมล็ดทานตะวันเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ผลิตที่ต้องการขยายฐานผลิตภัณฑ์โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานเดิมที่มีอยู่แล้ว เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ และพร้อมก้าวนำเทรนด์ในตลาด”
