IN NEWS
ทบ.นำคณะผช.ทูตทหารตปท.บุกสุรินทร์ ผอ.ศูนย์ฯนำลงเยี่ยมทหารจันทบุรี-ตราด
ทบ. นำคณะผู้ช่วยทูตทหาร ตำรวจต่างประเทศ และ UNODC ลงพื้นที่สุรินทร์ สร้างความเข้าใจการแก้ไขปัญหา Scam Centers ชายแดนไทย–กัมพูชาและวันเดียวกันผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย–กัมพูชา ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจังหวัดจันทบุรี–ตราด ยืนยันการปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม หลักมนุษยธรรม และกฎหมายระหว่างประเทศ
พลโท ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก นำคณะผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารจาก 19 ประเทศ รวม 20 นาย พร้อมด้วยคณะรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจ ผู้แทนสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC)

สื่อมวลชนทั้งสำนักข่าวไทยและต่างประเทศ ลงพื้นที่กองกำลังสุรนารี ติดตามสถานการณ์การแก้ไขปัญหา Scam Centers ชายแดนไทย–กัมพูชา
คณะได้รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับการปฏิบัติการแก้ไขปัญหา Scam Centers ในพื้นที่โอร์เสม็ด และสถานการณ์อาชญากรรมทางเทคโนโลยีในระดับภูมิภาค จากกรมข่าวทหารบกและกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ณ มณฑลทหารบกที่ 25 ค่ายวีรวัฒน์โยธิน จังหวัดสุรินทร์ โดยมี พลตรี สมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ให้การต้อนรับ

จากนั้นคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศเดินทางไปยังจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม เพื่อสังเกตการณ์แหล่งคาสิโนและ Scam Centers รวมถึงรับฟังข้อมูลเพิ่มเติมจากหน่วยเฉพาะกิจที่ 2 กองกำลังสุรนารี
ในขณะที่คณะชาวต่างประเทศ อาทิ ตำรวจต่างประเทศ ผู้แทน UNODC และสื่อต่างประเทศ ลงพื้นที่สำรวจแหล่งคาสิโนและ scam centers ในพื้นที่โอร์เสม็ด ที่ฝ่ายไทยได้วางกำลังรักษาความปลอดภัยไว้หลังจากมีข้อตกลงหยุดยิง เพื่อรับทราบสภาพพื้นที่และแนวทางการดำเนินงานของหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่จริง

สำหรับการแก้ไขอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการหลอกลวงออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เป็นภารกิจสำคัญของกองทัพบกในการสนับสนุนความมั่นคงชายแดน ตามที่รัฐบาลไทยได้ประกาศให้เป็น “วาระแห่งชาติ” โดยกองทัพบกมีบทบาทหลักในการสนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหาร่วมกับหน่วยงานต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง

การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับความสนใจจากคณะผู้แทนต่างประเทศ มีการซักถาม แลกเปลี่ยนข้อมูล และข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน นำไปสู่การเสริมสร้างความเข้าใจและขยายความร่วมมือระหว่างกองทัพบกไทยกับกองทัพมิตรประเทศ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา Scam Centers ซึ่งส่งผลกระทบต่อสังคมทั้งในประเทศไทยและระดับนานาชาติ
ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย–กัมพูชาลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจังหวัดจันทบุรี–ตราด

ด้านจันทบุรี-ตราด พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย–กัมพูชา พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานที่ปฏิบัติงานจริงของกำลังพลในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและตราด
เพื่อให้กำลังใจ ติดตามสถานการณ์ และตรวจสอบข้อเท็จจริงจากพื้นที่โดยตรง พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่
ในการนี้ ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารฯ ได้รับฟังการบรรยายสรุปภาพรวมสถานการณ์ล่าสุด ตลอดจนร่วมหารือแนวทางการดำเนินงานด้านการสื่อสารและการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอันดี ลดความตึงเครียด และสนับสนุนการธำรงสันติภาพในระดับพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยมี พลเรือตรี ชรัมภากร พรหมภากร รองผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด และ นาวาเอก ธรรมนูญ วรรณา ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ให้การต้อนรับ
(c)พื้นที่ที่เข้าตรวจเยี่ยม ประกอบด้วย
• บ้านท่าเส้น (พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษบ้านท่าเส้น–ทมอดา) ตำบลแหลมกลัด อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด
• บ้านหนองรี (ฐานปฏิบัติการตากสินพิชิตไพรี) ตำบลชำราก อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญ เพื่อยืนยันว่าการปฏิบัติของกำลังพลฝ่ายไทยเป็นไปตามถ้อยแถลงร่วม ข้อ 2 อย่างเคร่งครัด โดยยึดหลักความยับยั้งชั่งใจ ไม่ดำเนินการใดที่เป็นการยั่วยุหรืออาจนำไปสู่การยกระดับสถานการณ์ และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นศูนย์กลาง
(up)จากการตรวจเยี่ยมพื้นที่จริง พบว่ากำลังพลปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทน มีวินัย และความรับผิดชอบสูง โดยให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองพลเรือน เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และดำเนินการทุกขั้นตอนภายใต้กรอบหลักมนุษยธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน
ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารฯ ได้เน้นย้ำว่า การลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยตนเอง เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานด้านการสื่อสารอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ตรงไปตรงมา และสามารถตรวจสอบได้ อันจะช่วยลดความคลาดเคลื่อนของข้อมูล และเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน สื่อมวลชน ตลอดจนประชาคมระหว่างประเทศ

“ผมขอชื่นชมกำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทน มีวินัย และความรับผิดชอบสูง ทุกการปฏิบัติของท่านสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ฝ่ายไทยยึดมั่นในถ้อยแถลงร่วม หลักมนุษยธรรม และกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัดขอให้ทุกนายมั่นใจว่า งานของท่านมีความหมาย ทั้งต่อความปลอดภัยของประชาชน และต่อความเชื่อมั่นของประชาคมโลก“ ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา กล่าว
ทั้งนี้ ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา จะยังคงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการสื่อสารข้อมูลที่เป็นเอกภาพ ยึดข้อเท็จจริง หลักสากล และแนวทางสันติวิธี เพื่อสนับสนุนการสถาปนาความมั่นคงในพื้นที่ควบคู่กับการธำรงสันติภาพอย่างยั่งยืน
