IN NEWS
คมนาคมตีกรอบผลสอบ2เหตุ'เครนถล่ม' 'สีคิ้ว-พระราม2'ให้จบในปลายมี.ค.69นี้
กรุงเทพฯ-รองปลัดกระทรวงคมนาคม ประชุมติดตาม 2 เหตุ เครนถล่ม สีคิ้ว - พระราม 2 เน้นย้ำต้องโปร่งใส ไม่ล่าช้า
นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานประชุมคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีเครนก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง สัญญาที่ 3 - 4 ช่วงลำตะคอง – สีคิ้ว และช่วงกุดจิก – โคกกรวด โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย – จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร - นครราชสีมา ตกทับขบวนรถไฟ และ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเหตุคานปูน (Segment) และเครน (Launching Gantry Crane) โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 สายทางยกระดับบางขุนเทียน - บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย - บ้านแพ้ว ตอน 7 พังถล่ม เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องประชุมคมนาคม 2 กระทรวงคมนาคม
นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อติดตามการสอบสวนข้อเท็จจริงของทั้ง2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อนำไปสู่ความชัดเจนซึ่งต้องชี้แจงให้สาธารณะชนได้ทราบต่อไป โดยคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีเครนก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงฯ ได้มีการติดตามรายงานการดำเนินงานของอนุกรรมการด้านวิศวกรรมที่มีการรวบรวม ตรวจสอบและพิจารณาข้อมูล เอกสาร หลักฐานทางวิศกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น หลักฐานจากกล้องวงจรปิดในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง คู่มือการทำงานการยกและติดตั้งชิ้นส่วนรวมถึงการเคลื่อน Launching Gantry 4 และการประกอบ แบบก่อสร้างที่มีรายละเอียดของการประกอบติดตั้ง
คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเหตุคานปูน (Segment) และเครน (Launching Gantry Crane) โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 สายทางยกระดับบางขุนเทียน – บ้านแพ้วฯ ได้มีการติดตามรายงานของคณะอนุกรรมการด้านวิศวกรรมในการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับกรมทางหลวงซึ่งมีการตรวจสอบพยานหลักฐาน 9 จุด ร่วมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดสมุทรสาคร และรายการตรวจสอบเอกสาร 17 รายการ การประสานสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร เพื่อขออนุญาตย้ายวัตถุพยานไปทำการทดสอบเพื่อนำไปสู่บทสรุปข้อเท็จจริง โดยจากนี้คณะอนุกรรมการฯ มีแผนในการทดสอบวัสดุ การจำลองโครงสร้างเพื่อวิเคราะห์ขณะเกิดเหตุ การสอบปากคำพยานบุคคลและสรุปข้อเท็จจริงผลการตรวจสอบ
นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ กล่าวด้วยว่า ได้เน้นย้ำการดำเนินงานของทั้ง 2 คณะกรรมการต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใสไม่ล่าช้า โดยเฉพาะขั้นตอนการเรียกขอเอกสารเพื่อตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากพบว่าไม่เป็นไปตามกำหนดหรือประวิงเวลา คณะกรรมการสามารถพิจารณาในการตั้งข้อกล่าวหาได้ โดยคณะกรรมการฯ มีกำหนดสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดให้เสร็จสิ้นตามกรอบเวลา 45 วัน เพื่อนำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและนำชี้แจงต่อสาธารณะชนต่อไป
