IN NEWS

รับมือน้ำท่วมภูเก็ตสั่งโยธาฯเพิ่มประตูน้ำ เผยซ่อมฟรี30จว.ช่วยไปแล้ว1.6หมื่นราย



กรุงเทพฯ-“เอกภพ” ชี้รัฐบาลมีมาตรการช่วยน้ำท่วมครบทุกมิติ ทั้งเงินเยียวยา ประกันภัยพิบัติ เกษตรกร พักหนี้–เติมทุนผู้ประกอบการ เผย ปภ.–ออมสินโอนแล้วกว่า 75,000 ครัวเรือนใน 31 จังหวัด พร้อมติดตามการเตรียมรับมืออุทกภัยเขตเศรษฐกิจเมืองภูเก็ต สั่งการ "กรมโยธาฯ" ศึกษาเพิ่มประตูระบายน้ำเขตเศรษฐกิจเมืองภูเก็ต และรัฐบาลซ่อมให้ฟรี! ส่งทีมช่างลุย 89 จุดทั่ว 30 จังหวัด กู้มอเตอร์ไซค์–เครื่องใช้ไฟฟ้า ช่วยแล้วกว่า 1.6 หมื่นราย

วันนี้ (12 ต.ค. 2569) นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยแล้วหลายส่วน ครอบคลุมทั้งประชาชน เกษตรกร ผู้ประกอบการ และภาคธุรกิจ ตั้งแต่ช่วงเกิดภัย การเยียวยาความเสียหาย ไปจนถึงการฟื้นอาชีพและธุรกิจหลังน้ำลด

สำหรับผู้ประสบภัยจากเหตุที่เกิดก่อนวันที่ 1 ต.ค. 2569 รัฐบาลมีทั้งเงินช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) และการช่วยเหลือตามระเบียบเงินทดรองราชการ โดยผู้เข้าเกณฑ์ได้รับเงินช่วยเหลือค่าดำรงชีพครัวเรือนละ 9,000 บาท รวมถึงความช่วยเหลือกรณีบ้านเรือนและทรัพย์สินได้รับความเสียหายตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

นายเอกภพ กล่าวว่า ล่าสุด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ร่วมกับธนาคารออมสินเดินหน้าโอนเงินเยียวยาอย่างต่อเนื่องแม้ในวันหยุด โดย ณ วันที่ 11 ต.ค. มีการโอนเงินให้ผู้ประสบภัยแล้วกว่า 75,000 ครัวเรือน ครอบคลุม 31 จังหวัด วงเงินรวมกว่า 650 ล้านบาท และยังทยอยโอนต่อเนื่องตามรายชื่อที่จังหวัดตรวจสอบและส่งเข้าสู่ระบบ

ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะการขอรับเงินเยียวยาแบบเรียลไทม์ได้ผ่านแอปพลิเคชัน ทางรัฐ หรือเว็บไซต์ relief.disaster.go.th เพื่อดูความคืบหน้าตั้งแต่การรับเรื่อง การตรวจสอบสิทธิ จนถึงสถานะการโอนเงิน

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนของภัยที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. เป็นต้นไป รัฐบาลเริ่มใช้ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ครอบคลุมอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว สำหรับที่อยู่อาศัยราว 30 ล้านหลังคาเรือน โดยกรณีน้ำท่วมมีวงเงินคุ้มครองบ้านสูงสุด 100,000 บาทต่อหลังคาเรือนต่อครั้ง และกรณีเสียชีวิตคุ้มครอง 2 ล้านบาทต่อคน ตามเงื่อนไขกรมธรรม์

อย่างไรก็ตาม  นอกจากเงินเยียวยาโดยตรง กระทรวงการคลังยังประสานสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐออกมาตรการช่วยทั้งประชาชนและผู้ประกอบการ ครอบคลุมการพักชำระหนี้ สินเชื่อฉุกเฉิน เงินทุนซ่อมบ้าน ซ่อมเครื่องมือทำกิน เติมสภาพคล่อง และสินเชื่อฟื้นฟูกิจการ เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบกลับมาตั้งหลักได้เร็วที่สุด

ส่วนเกษตรกรที่ได้รับความเสียหาย ทั้งพืช ปศุสัตว์ และประมง มีมาตรการเยียวยาตามประเภทความเสียหาย ขณะที่ผู้ค้ารายย่อยและ SMEs มีช่องทางเข้าถึงมาตรการทางการเงินของธนาคารรัฐ เพื่อประคองกิจการและฟื้นรายได้หลังสถานการณ์คลี่คลาย

นายเอกภพ กล่าวว่า ภายหลังจากประกาศมาตรการสำหรับประชาชนแต่ละกลุ่มไปแล้ว สิ่งที่รัฐบาลเร่งรัดคือการทำให้เงินช่วยเหลือไปถึงมือประชาชนโดยเร็ว ซึ่งโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหาย ตรวจสอบรายชื่อ และแก้ปัญหาคอขวดในขั้นตอนจ่ายเงินโดยเร็ว

“รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือครอบคลุมตั้งแต่ชีวิตความเป็นอยู่ บ้านเรือน อาชีพ เกษตรกร ไปจนถึงธุรกิจ สิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้คือเร่งให้ทุกมาตรการถึงมือผู้เดือดร้อนเร็วที่สุด เพราะหลังน้ำลด ประชาชนต้องกลับมามีบ้าน มีงาน มีทุน และมีรายได้อีกครั้ง” นายเอกภพกล่าว

รับมืออุทกภัยเขตเศรษฐกิจเมืองภูเก็ต

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ตรวจติดตามการคาดการณ์สภาวะอากาศและการบริหารจัดการรับมือสถานการณ์อุทกภัยจังหวัดภูเก็ต ณ ศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะ (Intelligent Operation Center หรือ IOC) ซึ่งเป็นศูนย์ติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ (Real-time monitoring) และรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล (Data Integration & Analytics) จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาประมวลผลร่วมกัน โดยมี นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต  นายศุภโชค ละอองเพชร นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ร่วมด้วย

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า คณะได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามความพร้อมสถานีสูบน้ำคลองบางใหญ่ (PS1) บริเวณถนนรัตนโกสินทร์ 200 ปี และสถานีสูบน้ำตะกั่วป่า ถนนตะกั่วป่า ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของเทศบาลนครภูเก็ต โดยเป็นสถานีระบายน้ำหลักที่รับน้ำจากพื้นที่ต่าง ๆ ในตัวเมืองภูเก็ต ทั้งเป็นจุดป้องกันน้ำท่วมขังและน้ำรอระบายในพื้นที่ชุมชนเมืองและย่านเศรษฐกิจสำคัญเพื่อออกสู่ทะเล ไม่ให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชน และยังมีศักยภาพในการรับมือภาวะน้ำทะเลหนุนสูงในช่วงที่ฝนตกหนักร่วมกับภาวะน้ำทะเลหนุนสูง และผลักดันน้ำจากคลองออกสู่ทะเล ป้องกันไม่ให้น้ำทะเลไหลย้อนกลับเข้ามาท่วมเมือง

สำหรับภาพรวมจังหวัดภูเก็ตและเทศบาลนครภูเก็ตมีแผนรับมือสถานการณ์อุทกภัยหากเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ ทั้งเครื่องไม้เครื่องมือ อุปกรณ์ เครื่องจักรกล และกำลังพล โดยเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง รวมไปถึงเตรียมการอพยพพี่น้องประชาชนที่เป็นกลุ่มเปราะบาง กลุ่มผู้ป่วยติดเตียง

ส่วนในด้านการสนับสนุนจากส่วนกลาง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ทำบัญชีและประสานระดมสรรพกำลังเครื่องไม้เครื่องมือ เครื่องจักร รถยกสูง รถสุขา เครื่องสูบน้ำต่าง ๆ โดยเมื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรืออำเภอ หรือจังหวัด มีความต้องการในการสนับสนุน ก็พร้อมที่จะสนับสนุนมาทันที ร่วมกับกระทรวงคมนาคม และกระทรวงกลาโหม เช่น กองทัพเรือก็มีเรือผลักดันน้ำ ซึ่งช่วยในการระบายน้ำออกสู่ทะเลได้เร็วขึ้น

นางสาวพลอยทะเล กล่าวต่อว่า เรื่องของ "การเยียวยา" นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กำชับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นด่านหน้าในการสำรวจข้อมูลแบบ Manual ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ได้เน้นย้ำว่า "ต้องอำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด" ขั้นตอนเอกสารไหนที่ไม่จำเป็นจะต้องอำนวยความสะดวก โดยให้มีจัดชุดปฏิบัติการลงไปอํานวยความสะดวกประชาชนเพื่อสํารวจความเสียหายของบ้านเรือน ทำให้เร็วที่สุด และง่ายที่สุด

สำหรับการสนับสนุนการเพิ่มประตูระบายน้ำในพื้นที่เขตเทศบาลนครภูเก็ต นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภูเก็ตนำเรื่องดังกล่าวเสนอส่วนกลางเพื่อขอรับการสนับสนุน โดยกระทรวงมหาดไทยพร้อมเป็นตัวกลางเชื่อมการทำงานร่วมกับรัฐบาล เพื่อขับเคลื่อนการทำงานให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องชาวภูเก็ตมากที่สุด

รัซ่อมให้ฟรี!ช่วยน้ำท่วมส่งทีมช่างลุย 89 จุดทั่ว 30 จังหวัดช่วยแล้วกว่า 1.6 หมื่นราย

ด้านร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เร่งเดินหน้าการทำงานของ “ศูนย์ซ่อม สร้าง สุข” เพื่อเยียวยาและฟื้นฟูประชาชนหลังสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย โดยมุ่งเน้นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย สำหรับการซ่อมแซมยานพาหนะ เครื่องใช้ในบ้าน และอุปกรณ์ทำมาหากิน เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพได้โดยเร็ว

จากข้อมูลล่าสุดพบว่า ศูนย์ซ่อม สร้าง สุข ได้ให้บริการประชาชนไปแล้วทั้งสิ้น 16,557 ราย โดยเป็นการซ่อมแซมรถจักรยานยนต์ให้คืนสภาพพร้อมใช้งานจำนวน 2,568 คัน ซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน 1,655 รายการ และยังมีบริการอื่นๆ อาทิ ตรวจเช็กและซ่อมแซมเครื่องมือการเกษตร ปั๊มน้ำ ระบบไฟฟ้าภายในบ้าน รวมถึงงานซ่อมแซมโครงสร้างบ้านเรือน ซึ่งการให้บริการทั้งหมด ประชาชนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

ปัจจุบันศูนย์ซ่อม สร้าง สุข กระจายการให้บริการใน 30 จังหวัด รวม 89 จุด แบ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพมหานคร 13 จุด และปริมณฑล 10 จุด โดยมีการจัดส่งหน่วยบริการเคลื่อนที่หมุนเวียนไปตามพื้นที่ที่น้ำลดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากจะให้บริการเรื่องงานช่างแล้ว ยังมีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ให้บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้น การประเมินและให้คำปรึกษาสุขภาพจิต รวมถึงการนำรถจัดหางานเคลื่อนที่ลงพื้นที่ เพื่อช่วยประสานงานด้านอาชีพให้แก่ผู้ประสบภัยอีกด้วย

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดส่งทีมช่างลงพื้นที่ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์อุทกภัยจะคลี่คลาย และประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งประชาชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล สามารถแจ้งความประสงค์และลงทะเบียนขอรับบริการล่วงหน้าได้ผ่านแอปพลิเคชัน Traffy Fondue เพื่อให้เจ้าหน้าที่จัดสรรคิวและเข้าดูแลได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจสอบจุดบริการ พร้อมดูรายละเอียดสถานที่ วัน-เวลา และประเภทงานซ่อมได้ที่ www.dsd.go.th หรือ Facebook Page ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานประจำจังหวัด