IN NEWS

ก.เกษตรฯเร่งเยียวยาน้ำท่วมชงงบกลาง ล็อตแรก1.5พันล.พักหนี้-ฟื้นอาชีพย้ำได้ครบ



กรุงเทพฯ-รองโฆษกรัฐบาล เผย เกษตรฯ เตรียมเสนอ ครม.ของบกลาง 1,575.79 ล้านบาท เยียวยาเกษตรกรน้ำท่วม พร้อมเร่งสำรวจความเสียหายเพิ่มเติม เตรียมขอวงเงินช่วยเหลืออีกหลังน้ำลด ตั้งเป้าสนับสนุนเบื้องต้นครัวเรือนละ 3,000 บาท ควบคู่มาตรการพักหนี้ ฟื้นฟูอาชีพและปัจจัยการผลิต ย้ำเกษตรกรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนต้องไม่ตกหล่นจากการช่วยเหลือ

วันนี้ (24 ต.ค. 69) ร้อยเอกหญิง ดร.ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินหน้ามาตรการช่วยเหลือทั้งด้านเงินเยียวยา การลดภาระหนี้ และการฟื้นฟูอาชีพ พร้อมกำชับหน่วยงานในพื้นที่เร่งสำรวจความเสียหายให้ครอบคลุม โดยเฉพาะเกษตรกรที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน เพื่อให้ได้รับการพิจารณาช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

จากข้อมูลสำรวจเบื้องต้น ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2569 พบเกษตรกรได้รับความเสียหายด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ รวม 52,832 ราย โดยกระทรวงเกษตรฯ เตรียมเสนอขออนุมัติงบกลางล็อตแรกจำนวน 1,575.79 ล้านบาทต่อคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ วงเงินดังกล่าวเป็นการเสนอขออนุมัติในรอบแรก ยังไม่ใช่วงเงินช่วยเหลือทั้งหมด เนื่องจากหลายพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขังและไม่สามารถสำรวจความเสียหายได้ครบถ้วน กระทรวงเกษตรฯ จึงจะเร่งสำรวจเพิ่มเติม เพื่อให้เกษตรกรที่ตกหล่นได้รับการพิจารณาช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมเตรียมเสนอขออนุมัติงบกลางเพิ่มเติมภายหลังน้ำลด ซึ่งคาดว่าจะสามารถสำรวจความเสียหายเพิ่มเติมได้ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2569

ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรฯ เตรียมเสนอขออนุมัติงบกลางเพิ่มเติมหลังน้ำลด เพื่อสนับสนุนเงินทุนสำหรับเริ่มต้นการผลิตรอบใหม่ เบื้องต้นตั้งเป้าช่วยเหลือครัวเรือนละ 3,000 บาท โดยมุ่งให้ครอบคลุมเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด รวมถึงผู้ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร ทั้งนี้ ต้องผ่านการพิจารณาอนุมัติและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ด้านการลดภาระหนี้ กระทรวงเกษตรฯ เตรียมประสาน ธ.ก.ส. และสถาบันการเงิน เพื่อพิจารณามาตรการพักชำระหนี้ สินเชื่อฟื้นฟูอาชีพ และสินเชื่อชะลอการขาย ควบคู่กับมาตรการช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน และชาวสวนยาง ภายใต้กรอบวงเงินรวม 232 ล้านบาท เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินและเพิ่มสภาพคล่องให้เกษตรกรสามารถประคองอาชีพในช่วงฟื้นตัว

สำหรับการฟื้นฟูหลังน้ำลด หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เตรียมสนับสนุนปัจจัยการผลิต ทั้งเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ยชีวภาพ ชีวภัณฑ์ และการปรับปรุงดิน รวมถึงจัดหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่เพื่อดูแลสุขภาพสัตว์ สนับสนุนพันธุ์สัตว์น้ำ และส่งเสริมการประกอบอาชีพด้านการเกษตร เพื่อช่วยให้เกษตรกรฟื้นฟูการผลิตและกลับมาสร้างรายได้ได้โดยเร็ว

ก่อนหน้านี้นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคเกษตร โดยมีนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 134-135 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า การประชุมติดตามงานนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในวันนี้ มีหลายเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องขับเคลื่อนทันที โดยเฉพาะมาตรการเยียวยาเกษตรกรที่ประสบอุทกภัย ซึ่งนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีข้อสั่งการ 5 ข้อ ให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย คือ 1) ช่วยเหลือเร็ว ยืนยันความโปร่งใส โดยใช้ฐานขอมูลทะเบียนเกษตรกรที่เชื่อมโยงกัน เพื่อลดขั้นตอนเงินเยียวยา 2) ป้องกันวงจรหนี้นอกระบบ โดยประสานงานกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และสถาบันการเงิน ในการพักชําระหนี้สิน สินเชื่อฟื้นฟู และสินเชื่อชะลอการขาย โดยใช้กลไกสหกรณช่วยเสริมสภาพคล่องในพื้น 3) ฟื้นฟูให้เร็วและดีกว่าเดิม โดยเร่งปรับปรุงดิน สนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ และพันธุ์สัตว์น้ำ พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนระบบการผลิตให้ทนทานต่อภัยธรรมชาติ 4) เฝ้าระวังโรคระบาดหลังน้ำลด โดยจัดทีมเชิงรุกพร้อมวัคซีนและเวชภัณฑ์ ลงพื้นที่ควบคุมโรคระบาดพืชและสัตว์ทันที และ 5) เตรียมทำนาปรัง โดยวางแผนการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำ จัดหาเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพให้เพียงพอ และเฝ้าระวังศัตรูพืชตั้งแต่ต้นฤดูกาล 

โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการตามแนวทางการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ปี 2569 เพิ่มเติม โดยให้ความช่วยเหลือกรณีพิเศษสนับสนุนวงเงินสำหรับการผลิตรอบใหม่ ครัวเรือนละ 3,000 บาท ครอบคลุมทั้งเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรเรียบร้อยแล้ว และที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร จากข้อมูลการสำรวจเบื้องต้น ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2569 ยังคงมีพื้นที่ประสบอุทกภัยจำนวน 18 จังหวัด จากพื้นที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด 55 จังหวัด มีเกษตรกรได้รับความเสียหายทั้งด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ รวม 52,832 ราย วงเงินช่วยเหลือรวมประมาณ 1,575.79 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้เตรียมเสนอของบกลางเพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาในลำดับต่อไป

ด้าน นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการเร่งรัดให้ทุกหน่วยงานดำเนินมาตรการเยียวยาเกษตรกรที่ประสบอุทกภัยแล้ว กระทรวงเกษตรฯ ยังได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์ PM2.5 ผ่านมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ปี 2569/70 โดยเฉพาะระยะเหลังการเก็บเกี่ยวและบริเวณพื้นที่สูง ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569 - พฤษภาคม 2570 โดยเตรียมออกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง มาตรการบริหารจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก ไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ภาคการเกษตร เพื่อให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่มกราคม - พฤษภาคม 2570 และการจัดทำ Big Data ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีกรอบแนวคิดเชิงวิเคราะห์และแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์เน้น 5 ด้านที่เป็นประโยชน์ต่อภาคเกษตรให้เป็นรูปธรรมและนำไปใช้ได้จริง ได้แก่ การจัดทำแผนที่ความเสี่ยงด้านราคาสินค้าเกษตร, การวิเคราะห์ข้อมูล
อุปสงค์-อุปทานสินค้าเกษตร, การประเมินความเสี่ยงภัยแล้งและภัยพิบัติ, การประเมินความเปราะบางของเกษตรกร และการประเมินความคุ้มค่าของการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ เป็นต้น โดยเตรียมแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินงานทันที รวมถึงได้เร่งรัดให้ทุกหน่วยงานพิจารณากรอบการเสนอของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 ด้วย