IN NEWS
รัฐฯพร้อมรองรับการเข้าสู่สังคมสูงวัยหนุน ศูนย์ผู้สูงอายุอาเซียนยกเว้นภาษีเงินได้
กรุงเทพฯ-รัฐบาลเตรียมความพร้อมรองรับการเข้าสู่สังคมสูงวัย สนับสนุน"ศูนย์อาเซียนด้านผู้สูงอายุ” ในไทย ยกเว้นภาษีเงินได้เจ้าหน้าที่ต่างชาติ ที่เข้ามาปฏิบัติงาน
วันนี้ (11 สิงหาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงเพื่อยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่เจ้าหน้าที่ต่างชาติของศูนย์อาเซียนเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและคุณค่าสังคมผู้สูงอายุด้วยนวัตกรรม ซึ่งเข้ามาปฏิบัติงานในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์อาเซียนฯ ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย และเสริมบทบาทของไทยในการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านสังคมผู้สูงอายุในภูมิภาค
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวกำหนดให้เงินเดือนหรือค่าตอบแทนที่เจ้าหน้าที่ต่างชาติของศูนย์อาเซียนฯ ได้รับจากศูนย์อาเซียนฯ หรือจากรัฐบาลประเทศของตน เนื่องจากการเข้ามาปฏิบัติงานในประเทศไทยภายใต้ความตกลงประเทศเจ้าบ้าน ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยครอบคลุมเงินได้ที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2567 เป็นต้นไป
การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติตามความตกลงประเทศเจ้าบ้านระหว่างรัฐบาลไทยกับศูนย์อาเซียนฯ ซึ่งจะช่วยให้การให้เอกสิทธิ์แก่สำนักงานและบุคลากรของศูนย์เป็นไปครบถ้วนตามกรอบที่ตกลงกัน และทำให้ศูนย์สามารถดำเนินงานในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ศูนย์อาเซียนเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและคุณค่าสังคมผู้สูงอายุด้วยนวัตกรรม จัดตั้งขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเข้าสู่สังคมสูงวัยของประเทศสมาชิกอาเซียน ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพดี สามารถดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่า และสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้ นวัตกรรม ตลอดจนความร่วมมือระหว่างประเทศด้านผู้สูงอายุ โดยการที่ศูนย์ตั้งอยู่ในประเทศไทยยังเปิดโอกาสให้ไทยเป็นฐานสำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและติดตามแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของภูมิภาค
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังคาดว่ามาตรการยกเว้นภาษีดังกล่าวจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประมาณปีละ 1.7 ล้านบาท แต่จะแลกกับประโยชน์ด้านองค์ความรู้ นวัตกรรม และความร่วมมือระดับภูมิภาค ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุของไทยและประเทศสมาชิกอาเซียนในระยะยาว
“รัฐบาลมองว่าการเข้าสู่สังคมสูงวัยเป็นโจทย์ร่วมของทั้งภูมิภาค การสนับสนุนให้ศูนย์อาเซียนฯ สามารถดำเนินงานจากประเทศไทยได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จะช่วยให้ไทยเข้าถึงองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ ๆ พร้อมมีบทบาทสำคัญในการพัฒนานโยบายเพื่อให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีและสามารถใช้ชีวิตอย่างมีศักยภาพ” นางสาวลลิดากล่าว
ทั้งนี้ เมื่อร่างกฎกระทรวงมีผลใช้บังคับ กระทรวงสาธารณสุขจะดำเนินการแจ้งกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้สามารถแจ้งศูนย์อาเซียนฯ และดำเนินการตามความตกลงประเทศเจ้าบ้านให้มีผลสมบูรณ์ต่อไป.
