IN NEWS

หนุนWHOเสริมความมั่นคงสุขภาพโลก จัดงบ32.24ล้านส่ง5มือดีสธ.เข้าร่วมงาน



รัฐบาลหนุน WHO เสริมความมั่นคงสุขภาพโลก จัดงบ 32.24 ล้านบาท พร้อมส่งข้าราชการสาธารณสุข 5 คนต่อปีร่วมงานองค์การอนามัยโลก–นำองค์ความรู้กลับพัฒนาระบบสุขภาพไทย

วันนี้ (11 สิงหาคม 2569) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีอนุมัติการสนับสนุนทางการเงินแก่โครงการระดมทุน WHO Investment Round (WHO IR) ขององค์การอนามัยโลก จำนวนรวม 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 32.24 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2570–2571 พร้อมอนุมัติหลักการให้กระทรวงสาธารณสุขส่งข้าราชการไปปฏิบัติงานชั่วคราวกับองค์การอนามัยโลก จำนวน 5 คนต่อปี เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรไทย สร้างเครือข่ายด้านสุขภาพโลก และนำองค์ความรู้กลับมายกระดับระบบสาธารณสุขของประเทศ

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า เงินสนับสนุน WHO IR จะแบ่งจ่ายปีละ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 16.12 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2570 และ 2571 โดยกำหนดเป้าหมายให้ร้อยละ 50 ของเงินสนับสนุนจากไทยได้รับการจัดสรรกลับมายังสำนักงานผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านสุขภาพที่เชื่อมโยงกับบริบทและความต้องการของประเทศไทยโดยตรง ซึ่ง WHO Investment Round เป็นกลไกระดมทุนเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนงานทั่วไปขององค์การอนามัยโลก ฉบับที่ 14 หรือ GPW14 ในช่วงปี 2568–2571 ครอบคลุมภารกิจด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ โดยองค์การอนามัยโลกมีเป้าหมายระดมทุนผ่านกลไกดังกล่าวประมาณ 7.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากการสนับสนุนทางการเงินแล้ว คณะรัฐมนตรียังอนุมัติหลักการให้ข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขจำนวน 5 คนต่อปี ไปปฏิบัติงานชั่วคราว หรือ Secondment ณ สำนักงานใหญ่องค์การอนามัยโลก สำนักงานองค์การอนามัยโลกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศสมาชิกในภูมิภาคที่มีศักยภาพด้านเศรษฐกิจสุขภาพ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป โดยอยู่ในระดับเทียบเท่าตำแหน่ง P4 หรือ P5 ตามโครงสร้างขององค์การสหประชาชาติ

สาขาที่องค์การอนามัยโลกมีความต้องการบุคลากรเพิ่มเติม ได้แก่ หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ยาที่จำเป็น การจัดการเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ สุขภาพดิจิทัล การวิเคราะห์ข้อมูล เศรษฐศาสตร์สาธารณสุข และการเงินการคลังด้านสุขภาพ ซึ่งล้วนเป็นสาขาที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบสุขภาพของไทยในระยะยาว

นางสาวพลอยทะเล กล่าวต่อว่า การส่งบุคลากรไปปฏิบัติงานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการสนับสนุนองค์การอนามัยโลก แต่เป็นการลงทุนพัฒนาคนของประเทศไทย โดยกระทรวงสาธารณสุขจะต้องคัดเลือกบุคลากรอย่างเหมาะสม โปร่งใส และตรวจสอบได้ พร้อมกำหนดแนวทางถ่ายทอดองค์ความรู้และตัวชี้วัดความสำเร็จหลังสิ้นสุดภารกิจ เพื่อให้องค์ความรู้ ประสบการณ์ และเครือข่ายที่ได้รับกลับมาเกิดประโยชน์ต่อระบบสุขภาพของประเทศอย่างเป็นรูปธรรมสำหรับค่าใช้จ่ายในการส่งข้าราชการ 5 คนไปปฏิบัติงาน คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 22.51 ล้านบาทต่อปี ครอบคลุมค่าตอบแทน ค่าขนย้าย ค่าเช่าที่พัก และค่าเดินทาง โดยใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีของกระทรวงสาธารณสุข และต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.พ. และระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

“การสนับสนุนครั้งนี้ช่วยรักษาบทบาทของไทยในเวทีสาธารณสุขระหว่างประเทศ ขณะเดียวกันรัฐบาลกำหนดให้การใช้จ่ายต้องเกิดประโยชน์กลับมาสู่ประเทศไทย ทั้งในรูปของงบประมาณที่สนับสนุนงาน WHO ในไทย และองค์ความรู้จากบุคลากรไทยที่ไปปฏิบัติงานต่างประเทศ เป้าหมายคือให้ความร่วมมือระดับโลกเชื่อมกลับมาสู่การยกระดับระบบสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยอย่างแท้จริง” นางสาวพลอยทะเล กล่าว

ทั้งนี้ การสนับสนุน WHO IR เป็นเงินบริจาคโดยสมัครใจของประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิกองค์การอนามัยโลก แยกต่างหากจากเงินค่าบำรุงสมาชิกประจำปี และไม่ถือเป็นการจัดทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศฉบับใหม่